ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
สิงหาคม 01, 2010, 04:14:44 AM
หน้าแรก หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว:

+  http://www.navy34.com
|-+  บอร์ดเพื่อนผู้ใจดี (บุคคลทั่วไป)
| |-+  เพื่อนเจือจานสาระน่ารู้ - ไม่น่ารู้(บ้างก็ดี) (ผู้ดูแล: >>(( นางพญามาร ))*>, navy blue)
| | |-+  ตำนานวันตรุษจีน
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานวันตรุษจีน  (อ่าน 2605 ครั้ง)
>>(( นางพญามาร ))*>
"วันวานคืออดีต พรุ่งนี้คือสิ่งลี้ลับ ปัจจุบันต่างหากเล่าคือของขวัญ"
Global Moderator
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2405


<((oo))> เกียรติยศหรือยิ่งใหญ่กว่าไมตรี...<((oo))>


« เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 12:16:13 PM »




ตรุษจีน เป็นวันสำคัญของจีนที่มีมาแต่โบราณที่เรียกว่า “กว้อชุนเจี๋ย” หรือ “กว้อเหนียน”

เล่ากันว่าในสมัยโบราณ ในป่าทึบแห่งหนึ่ง มีสัตว์ป่าที่ดุร้ายและน่ากลัวมากตัวหนึ่ง เรียกว่า “เหนียน” มันออกอาละวาดกินคนเป็นประจำ พระเจ้าจึงลงโทษมัน อนุญาตให้มันลงมาจากเขาได้เพียงหนึ่งครั้งใน 365 วัน ดังนั้น เมื่อฤดูหนาวใกล้จะผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิเวียนมาใกล้ เหนียน ก็จะออกมาทำร้ายผู้คน เพื่อป้องกันการมาของ เหนียน ทุก ๆ ครัวเรือนจึงต่างสะสมเสบียงอาหาร และกับข้าวจำนวนหนึ่งไว้ในบ้าน เมื่อถึงตอนค่ำของวันที่ 30 เดือน 12 ก็จะปิดประตูและหน้าต่างเอาไว้ ไม่หลับไม่นอนตลอดคืน เพื่อต่อสู้กับ เหนียน จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าก็จะเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 เมื่อ เหนียน กลับไปแล้ว ทุก ๆ ครัวเรือนก็จะเปิดประตูออกมาแสดงความยินดีต่อกัน ที่โชคดีไม่ได้ถูก เหนียน ทำร้าย
 

ต่อมาพบว่า เหนียน มีจุดอ่อน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อ เหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังหวดแส้เล่นกัน เมื่อ เหนียน ได้ยินเสียงแส้ดังเปรี้ยงปร้างก็เลยตกใจเผ่นหนีไป เมื่อ เหนียน ไปถึงหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง เห็นมีชุดเสื้อผ้าสีแดงตากอยู่หน้าบ้านของครอบครัวหนึ่ง สีแดงฉูดฉาดนั้น ทำให้ เหนียน ตกใจและเผ่นหนีไปอีก เมื่อ เหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งที่สาม ปรากฏว่าไปพบเห็นกองเพลิงกองหนึ่งบนถนน แสงเพลิงที่เจิดจ้าทำให้ เหนียน ต้องเผ่นหนีไปอีก ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนต่างรู้ว่า แม้ว่า เหนียน จะดุร้ายแต่มันก็กลัวสีแดง เสียงดัง และไฟ ทำให้ผู้คนสามารถคิดหาวิธีกำจัด เหนียน ได้โดยไม่ยากนัก

เมื่อวันส่งท้ายตรุษจีนเวียนมาอีกครั้งหนึ่ง ทุก ๆ ครัวเรือนจึงต่างนำกระดาษสีแดงมาติดไว้บนประตูหน้าบ้าน แขวนโคมไฟสีแดง พร้อมกับจุดประทัดและตีฆ้องรัวกลองอย่างต่อเนื่อง เมื่อ เหนียน มาถึงในตอนเย็น เห็นทุก ๆ ครัวเรือนมีแสงไฟสว่างไสว มีเสียงประทัดดังสนั่นจึงตกใจเผ่นหนีกลับเข้าป่าไป และไม่กล้าออกมาอาละวาดอีก ทุก ๆ คนจึงผ่านพ้นคืนแห่งอันตรายไปอย่างปลอดภัย เมื่อฟ้าสางแล้ว ผู้คนจึงออกมาจากบ้าน กล่าวคำอวยพรซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข พร้อมกับการนำอาหารออกมารับประทานร่วมกันอย่างสนุกสนาน

ต่อมา วันดังกล่าวจึงกลายมาเป็นวันเฉลิมฉลองที่มีแต่ความสุขที่เรียกกันว่า "ตรุษจีน"








บันทึกการเข้า

ปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นได้ถ้าเรามีความเชื่อ
บทสวดธิเบตสวด 3 จบเป็นบทบูชาพระทางการแพทย์สวดเพื่อให้คนที่เจ็บไข้หายจากโรค 
"ไทยัตตา โอมพิกันเซ พิกันเซ มาพิกันเซ พิกันเซ รันเซ สัมมุตยัตเตโซฮา"
>>(( นางพญามาร ))*>
"วันวานคืออดีต พรุ่งนี้คือสิ่งลี้ลับ ปัจจุบันต่างหากเล่าคือของขวัญ"
Global Moderator
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2405


<((oo))> เกียรติยศหรือยิ่งใหญ่กว่าไมตรี...<((oo))>


« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 12:22:00 PM »

การไหว้ตรุษจีน
การไหว้ตรุษจีนมีประวัติยาวนาน
ย้อนหลังกลับไปถึงสมัยราชวงศ์โจว เมื่อกว่า 3,000 ปีมาแล้ว
แต่เดิมมีการไหว้กันยาวนานถึง 15 วัน
แต่ในปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ธรรมเนียมการไหว้ตรุษจีน จึงลดลงเหลือเพียง 3 วัน ดังนี้

วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก
คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหาร ผลไม้
และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ
ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว
ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู่เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์
เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน
หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว
ถ้าเราเดินเข้าไปในบ้านหรือร้านค้าของจีน
คงเคยเห็นศาลเจ้าเล็กๆสีแดงสด ศิลปะจีน วางอยู่บนพื้น
ข้างหน้าศาลวางเครื่องบูชา นั่นคือศาลตี่จู่เอี๊ยหรือเจ้าที่นั่นเอง
ธรรมเนียมการนับถือตี่จู่เอี๊ยนี้คล้ายกับการนับถือพระภูมิเจ้าที่ของคนไทย

ในสมัยโบราณจะมีการเซ่นไหว้เทพเจ้าเตาในวันนี้ด้วย
ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่หุงข้าวต้มปลาให้เราได้กินตลอดมา
และเชื่อว่าเทพเจ้าเตาจะนำบันทึกความดีความชั่วที่เราทำมาตลอดปี
ขึ้นไปให้ เทพเจ้าบนสวรรค์ตรวจสอบ
จึงต้องมีการเลี้ยงส่งท่าน นัยว่าเอาใจท่านนั่นเอง

รุ่งขึ้นคือ วันสิ้นปี
จะมีการไหว้ 3 ครั้ง ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ
เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง
(ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด
ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้
จนเป็นเนื้อสัตว์ห้าชนิด)
เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
ตอนสาย จะไหว้ ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ
พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน
การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง
เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน
(ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ)
รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง
เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ
หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกัน
รับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเพื่อความเป็นสิริมงคล
และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด
จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว
ตอนบ่าย จะไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋
เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และผีไม่มีญาติ
เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล
กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล

บันทึกการเข้า

ปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นได้ถ้าเรามีความเชื่อ
บทสวดธิเบตสวด 3 จบเป็นบทบูชาพระทางการแพทย์สวดเพื่อให้คนที่เจ็บไข้หายจากโรค 
"ไทยัตตา โอมพิกันเซ พิกันเซ มาพิกันเซ พิกันเซ รันเซ สัมมุตยัตเตโซฮา"
>>(( นางพญามาร ))*>
"วันวานคืออดีต พรุ่งนี้คือสิ่งลี้ลับ ปัจจุบันต่างหากเล่าคือของขวัญ"
Global Moderator
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2405


<((oo))> เกียรติยศหรือยิ่งใหญ่กว่าไมตรี...<((oo))>


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 12:24:27 PM »

ความเชื่อเรื่องโชคลางในวันตรุษจีน

++ ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล
ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา
ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย
และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง
ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

++ หากร้องไห้ในวันปีใหม่ คุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี
ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน
และไม่ตีสั่งสอน

++ การแต่งกายและความสะอาด
ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผมเพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออกไป
เสื้อผ้าสีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้
สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข
ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่
เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่
จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี
เด็ก ๆ และคนโสด รวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา
ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี

++ วันตรุษจีนกับความเชื่ออื่น ๆ
สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ
อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสม
ในการออกจากบ้านและทางที่จะไปเพื่อ เป็นความเป็นสิริมงคล

++ บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปี
มีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี
การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี

++ การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษ
ถือเป็นโชคร้าย
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก


++ ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษเพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี

ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมา
แต่ทุกคนก็ยังคงยึดถือ และปฎิบัติตาม
เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีน ตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อน
เป็นการแสดงถึงความเป็น ครอบครัวและเอกลักษณ์ ของตน


บันทึกการเข้า

ปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นได้ถ้าเรามีความเชื่อ
บทสวดธิเบตสวด 3 จบเป็นบทบูชาพระทางการแพทย์สวดเพื่อให้คนที่เจ็บไข้หายจากโรค 
"ไทยัตตา โอมพิกันเซ พิกันเซ มาพิกันเซ พิกันเซ รันเซ สัมมุตยัตเตโซฮา"
เ ด อ ะ ดื้ อ ..
"ทำชีวิตให้อบอุ่น .. ทำหัวใจให้แข็งแรง"
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1037


"Way Back Into Love"


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 05:38:58 PM »

....ขอบคุณมากๆ เลยเพ่พู ... พอดีดื้อก็กลังจะหาอ่านอยู่พอดี
....เด๋วจะต้องออกไปซื้อของแห้งเตรียมไว่ก่องแล้ว ...

....ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ดื้อจะรอดช่วงตรุษจีนหรือป่าวเนี่ย ...







ขอแจมนิดนะพี่พู ....

อาหารไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษ

ในวันฉลองตรุษจีนอาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหนๆในปี อาหารชนิดต่างๆที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณี จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้ว ในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่เรียกว่า ไช่ ถึงแม้ผักชนิดต่างๆ ที่นำมาปรุง จะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้นใยหลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆ มีความหมายที่เป็น มงคลในตัวของมัน

 เม็ดบัว - มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย

เกาลัด - มีความหมายถึง เงิน

 สาหร่ายดำ - คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย

 เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง - คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข

หน่อไม้ - คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข 


          เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์ 

          อาหารอื่นๆ รวมไปถึงปลาทั้งตัว เพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดมสมบรูณ์ และไก่สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ เส้นหมี่ก็ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว  

          ทางตอนใต้ของจีนจานที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ 
          ทางเหนือ หมั่นโถและติ่มซำเป็นอาหารที่นิยม 

          อาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

ของไหว้เจ้าที่ ประกอบด้วย

           ของคาว หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา แล้วแต่ว่าจะไหว้มากหรือน้อย

                    - ไหว้ 3 อย่าง เรียกว่า ชุดซาแซ ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่

                    - ไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า ชุดโหงวแซ ประกอบด้วยหมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา

           ข้าว ข้าวสวยใส่ชาม พร้อมตะเกียบ จำนวนชุดตามจำนวนบรรพบุรุษ นิยมนับถึงแค่รุ่นปู่ย่า

           ขนมไหว้ ฮวกก้วยหรือขนมถ้วยฟู คักท้อก้วยหรือขนมกุยช่าย(เป็นไส้ชนิดใดก็ได้)

           ขนมจันอับ ซาลาเปา ขนมไหว้นี้ต้องมีสีชมพู หรือมีแต้มจุดแดง

           ขนมไหว้พิเศษ ขนมเข่ง ขนมเทียน ต้องยืนเป็นหลัก

           ผลไม้ ส้ม กล้วยทั้งหวีเลือกเขียวๆ องุ่น แอปเปิล ชมพู่ ลูกพลับ

           เครื่องดื่ม น้ำชา 5 ที่หากมีไหว้ของคาวจะไหว้เหล้าด้วยก็ได้ก็จัด 5 ที่เช่นกัน

           กระดาษเงิน กระดาษทอง ชุดไหว้เจ้าที่ ธุปไหว้ คนละ 5 ดอก

           ทองแท่งสำเร็จรูป แบงก์กงเต็ก ค้อซี ฯลฯจะมากหรือน้อยแล้วแต่เรา
กระถางรูป โดยเอาข้าวสารใส่ในแก้วไว้สำหรับปักรูป หลังจากที่เสร็จพิธีก็นำเข้าไปผสมกับถังข้าวสารในบ้านไว้สำหรับหุงทนเพื่อให้เฮง ๆ

          จำนวนชนิดของขนมไหว้ นิยมให้สอดคล้องกับของคาว เช่น ไหว้ ของคาว 3 อย่าง ขนม 3 อย่าง ผลไม้ 3 อย่าง

ของไหว้บรรพบุรุษ ประกอบด้วย

           หมู มีความหมายถึงความมั่งคั่ง ด้วยความอ้วนของตัวหมู สะท้อนถึงความกินดีอยู่ดี

           ไก่ มีมงคล 2 อย่างคือ 

                    - หงอนไก่สื่อถึงหมวกขุนนาง ความหมายมงคลจึงเป็นความก้าวหน้าในงาน 

                    - ไก่ขันตรงเวลาทุกเช้า สะท้อนถึงการรู้งาน

           ตับ คำจีนเรียกว่า กัว พ้องเสียงกับคำว่า กัว ที่แปลว่าขุนนาง

          ปลา คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า ฮื้อ โดยมีวลีมงคล อู่-ฮื้อ-อู่-ชื้ง แปลว่า ให้เหลือกินเหลือใช้  ไหว้ปลาเพื่อให้มีเงินเหลือกินเหลือใช้มาก ๆ

           กุ้งมังกร ไหว้ด้วยรูปลักษณ์ของกุ้งที่หัวใหญ่ มีก้ามให้ความรู้สึกถึงอำนาจวาสนา ต่อมากุ้งมังกรหายาก จึงเปลี่ยนเป็นเป็ดสำหรับคนจีนแต้จิ๋ว และเปลี่ยนเป็นปลาหมึกแห้ง  สำหรับคนจีนแคะ)

ชุดกับข้าว ซึ่งทำไหว้ผีบรรพบุรุษและไว้รับประทาน

           ลูกชิ้นปลา จีนแต่จิ๋วออกเสียงว่า ฮื้อ-อี๊ แปลว่า ลูกปลากลมๆ 
   
                    - ฮื้อ หรือปลา คือให้เหลือกินเหลือใช้

                    - อี๊ แปลว่า กลม ๆ หมายถึงความราบรื่น
 
           ผัดต้นกระเทียม เพราะคนจีนแต้จิ๋ว เรียกกระเทียมว่า สึ่ง พ้องเสียงกับสึ่งที่แปลว่านับ ไหว้ต้นกระเทียม เพื่อให้มีเงินมีทองให้ได้นับอยู่เสมอ
 
           ผัดตับกับกุยช่าย ตับคือ การเรียกว่า กัว พ้องเสียงกับกัวที่แปลว่า ขุนนาง  กุยช่ายเป็นการพ้องเสียงของคำว่ากุ่ย แปลว่า แพง รวย

           แกงจืด คนจีนเรียกว่า เช็ง-ทึง เช็ง แปลว่า ใส หวาน ซดคล่องคอ การไหว้น้ำแกงก็เพื่อให้ชีวิตลูกหลานหวานราบรื่น

           เป๊าฮื้อ เป๊า หรือ เปา แปลว่า ห่อ ส่วน ฮื้อ คือเหลือกินเหลือใช้ ไหว้เป๊าฮื้อ  เพื่อห่อความมั่งคั่เหลือกินเหลือใช้มาให้ลูกหลาน

           ผัดถั่วงอก คนจีนแต้จิ๋วเรียกถั่วงอกว่า เต๋าแหง๊ แต่ภาษาวิชาการเรียกว่า เต้าเหมี่ยว เหมี่ยว แปลว่า งอกงาม ไหว้ถั่วงอกเพื่อให้งอกงามรุ่งเรือง

           เต้าหู้ เป็นคำเรียกแบบชาวบ้านที่อาจเรียกเป็นเต้าฮกก็ได้ ฮก คำนี้เป็นสำเนียงแต้จิ๋ว จีนกลางออกเสียงเต้าหู้ว่า โตฟู ฟู แปลว่า บุญ ความสุข

           สาหร่ายทะเล เรียกว่า ฮวกฉ่าย ถ้าออกเสียงเป็นฮวดไช้ ก็แปลว่า โชคดี ร่ำรวย

ชุดของหวาน

           ซาลาเปา เล่นเฉพาะคำว่า เปา แปลว่า ห่อ ไหว้ซาลาเปาเพื่อให้เปาไช้ แปลว่า  ห่อโชค  ห่อเงินห่อทองมาให้ลูกหลาน

           ขนมถ้วยฟู คือไหว้เพื่อให้เฟื่องฟู คนจีนแต้จิ๋วเรียกขนมถ้วยฟูว่า ฮวกก้วย ก้วย  แปลว่า ขนม ฮวก แปลว่างอกงาม

           ขนมคัดท้อก้วย คือขนมไส้ต่าง ๆ เช่น ไส้ผักกะหล่ำ มันแกว ไส้กุยช่าย ทำเป็นรูปลูกท้อสีชมพู ลูกท้อ เป็นผลไม้มงคลมีนัยอวยพรให้อายุยืนยาว 
   
           ขนมไข่ คนจีนเรียกว่า หนึงก้วย ไข่คือบ่อเกิดแห่งการได้เกิดและเติบโต ไหว้ขนมไข่เพื่อให้ได้มีการเกิดและการเจริญเติบโต 
   
           ขนมจับกิ้ม หรือ แต้เหลียง ก็เรียกคือ ขนมแห้ง 5 อย่าง จะเรียกว่า โหงวเส็กทึ้ง หรือ ขนม 5 สี ก็ได้ ประกอบด้วย ถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบ ฟักเชื่อม และข้าวพอง

                    - ฟัก เพื่อฟักเงินฟักทอง ฟักเชื่อม คือการฟักความหวานของชีวิต 

                    - ข้าว ถั่ว งา คือ ธัญพืช ธัญญะ แหลว่า งอกงาม ไหว้เพื่อให้งอกงามและชีวิตหวานอย่างขนม

           ขนมอี๊ อี๊ หรือ อี๋ แปลว่ากลม ๆ ขนมอี๊ทำจากแป้งข้าวเหนียว นวดจนได้ที่เจือสีชมพู ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ต้มกับน้ตาล เพื่อให้ชีวิตเคี้ยวง่ายราบรื่น เหมือนขนมอี๊ที่เคี้ยวง่ายและหวานใส ซึ่งขนมอี๊นี้อาจใช้เป็นสาคูหรือลูกเดือยก็ได้ คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่าอี๊เหมือนกัน

ชุดผลไม้

           ส้ม คนจีนแต้จิ๋วเรียกแบบชาวบ้านว่า กา แต่ส้มมีอีกคำเรียกว่า ไต้กิก

                    - ไต้ แปลว่า ใหญ่ กิก แปลว่า มงคล 

                    - ไต้กิก จึงแปลว่า มหาสิริมงคล แต่ถ้าแปลง่าย ๆ แบบชาวบ้านก็คือ โชคดี

           กล้วย จีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า เก็ง-เจีย  จะเล่นเสียงว่า เก็ง-เจีย-เก็ง-ไล้  แปลว่า  ถึงโชคเข้ามา กับอีกความหมายว่า กล้วย มีผลมากมายแถมเป็นเครือ จึงมีมงคลให้ลูกหลานมาก ๆ  มีวงศ์วานว่านเครือสืบสกุล

           องุ่น จีนแต้จิ๋วเรียกว่า พู่-ท้อ

                    - พู่ ก็คือ งอก หรืองอกงาม

                    - ท้อ ก็คือ พ้องเสียงกับลูกท้อ ที่เป็นผลไม้มงคล อายุยืน

           สับปะรด คนจีนแต้จิ๋วเรียก อั้งไล้ แปลว่า เรียกสีแดงมา สีแดงเป็นสีของโชค ก็ประมาณว่าเรียกโชคเข้ามา คนจีนทางใต้นิยมไหว้สับปะรดมาก





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 23, 2009, 05:43:02 PM โดย เ ด อ ะ ดื้ อ .. » บันทึกการเข้า

:::: ด่าถูกหรือด่าผิด .. ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขา .. ด่าหนักหรือด่าเบา .. ไม่มีเรา .. เขาด่าใคร??  ::::
เ ด อ ะ ดื้ อ ..
"ทำชีวิตให้อบอุ่น .. ทำหัวใจให้แข็งแรง"
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1037


"Way Back Into Love"


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 05:46:24 PM »



เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับวันตรุษจีน


สัญลักษณ์อีกอย่างของเทศกาลตรุษจีน คือ อั่งเปา (ซองแดง) คือ ซองแดงใส่เงินที่ผู้ใหญ่แล้วจะมอบให้ผู้น้อย และมีการแลกเปลี่ยนกันเอง หรือจะใช้คำว่า แต๊ะเอีย (ผูกเอว) ที่มา คือ ในสมัยก่อนเหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ เด็กๆ ก็จะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

         ในเทศกาลนี้ ชาวจีนจะกล่าวคำ ห่ออ่วย หรือคำอวยพรภาษาจีนให้กัน หรือมีการติดห่ออ่วยไว้ตามสถานที่ต่างๆ คำที่นิยมใช้กัน ได้แก่

         - แต้จิ๋ว : ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ จีนกลาง: ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาฉาย แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่


        - จีนกลาง: กงฉี่ฟาฉาย


         - เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ


         - อีกฝ่ายก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ แปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน 


         อื้ คำนี้ แปลว่ากลมๆ ขนมอี๊กลมๆ แป้งนิ่มๆ เคี้ยวง่าย กลืนง่าย ให้ความหมายมงคลอวยพรให้ชีวิตราบรื่นง่ายดายเหมือนขนมอี๊ที่ไหว้และรับประทาน


         โหงวเส็กที้ง แปลว่า ขนม 5 สี อันได้แก่ ถั่วตัด งาตัด ข้างพอง ถั่วเคลือบ น้ำตาล และฟักเชื่อม บางทีก็เรียกว่า "ขนมจันอับ"


         ส้ม คนจีนเรียกว่า กา แต่ก็มีอีกคำหนึ่งเรียกว่า "ไต้กิก" แปลว่าดี (ส่วนมากนิยมไหว้ 4 ผล เพราะเลขสี่พ้องเสียงคำ "สี่" ที่แปลว่าดี)


         โชคดี (ส่วนมากนิยมไหว้ 4 ผล เพราะเลขสี่พ้องเสียงคำ "สี่" ที่แปลว่าดี)


บันทึกการเข้า

:::: ด่าถูกหรือด่าผิด .. ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขา .. ด่าหนักหรือด่าเบา .. ไม่มีเรา .. เขาด่าใคร??  ::::
เ ด อ ะ ดื้ อ ..
"ทำชีวิตให้อบอุ่น .. ทำหัวใจให้แข็งแรง"
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1037


"Way Back Into Love"


« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 05:50:40 PM »



รวมคำอวยพรวันตรุษจีน พร้อมคำแปล


ข้อมูลจาก Forward Mail



         
คำอวยพร : ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวกใช้
          คำแปล : ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย

          คำอวยพร : ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ
          คำแปล : ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย 

          คำอวยพร : เจาไฉจิ้นเป้า
          คำแปล : เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติเข้าบ้าน   

          คำอวยพร : ฟู๋ลู่ซวงฉวน 
          คำแปล : ศิริมงคลเงินทองอำนาจวาสนา 

         คำอวยพร : จู้หนี่เจี้ยนคัง 
          คำแปล : ขอให้คุณสุขภาพแข็งแรง 

          คำอวยพร : จู้หนี่ฉางโส่ว 
          คำแปล : ขอให้คุณอายุยืนยาว 

          คำอวยพร : จู้หนี่ซุ่นลี่  
          คำแปล : ขอให้คุณประสบความสำเร็จ 

         คำอวยพร : จู้เห้อซินเหนียน 
          คำแปล : การอวยพรปีใหม่
บันทึกการเข้า

:::: ด่าถูกหรือด่าผิด .. ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขา .. ด่าหนักหรือด่าเบา .. ไม่มีเรา .. เขาด่าใคร??  ::::
เ ด อ ะ ดื้ อ ..
"ทำชีวิตให้อบอุ่น .. ทำหัวใจให้แข็งแรง"
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1037


"Way Back Into Love"


« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 05:58:53 PM »




สิ่งที่ไม่ควรทำวันตรุษจีน


ห้ามทำความสะอาด
เนื่องจากการทำงานบ้าน เช่น การซักล้าง หรือ การกวาดบ้านปัดฝุ่น จะเป็นการขับไล่ความโชคดีออกไป ดังนั้นการทำความสะอาดบ้านจึงควรเริ่มทำตั้งแต่ก่อนที่วันขึ้นปีใหม่จะมาถึง

 ห้ามสระผม ไม่ควรสระผมในวันเริ่มต้นและวันสุดท้ายของวันขึ้นปีใหม่ เนื่องจากการสระผมถือเป็นการชะล้างความโชคดีที่มาถึงในวันขึ้นปีใหม่

ห้ามใช้ของมีคม ไม่ควรใช้ของมีคมในวันขึ้นปีใหม่ ของมีคมต่างๆ เช่น มีด, กรรไกร, ที่ตัดเล็บ เนื่องจากถือว่าการกระทำของของมีคมนี้ จะเป็นการตัดสิ่งหรืออนาคตที่ดี ที่จะนำมาในวันขึ้นปีใหม่

 ห้ามโต้เถียง ควรระมัดระวังในการใช้คำพูดที่มีความหมายไปในทางลบ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการโต้เถียงกัน คำที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยหรือความตาย เป็นคำที่เราควรหลีกเลี่ยงในวันขึ้นปีใหม่

 เลี่ยงเรื่องเกี่ยวกับความตาย หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานศพ และการฆ่าสัตว์ปีก

 ห้ามซุ่มซ่าม ควรระมัดระวังในการทำสิ่งใดๆ ไม่ควรที่จะให้เกิดการสะดุด หรือ ทำสิ่งของตกแตก ซึ่งนั่นจะหมายถึงการนำความโชคไม่ดีเข้ามาในอนาคต 

บันทึกการเข้า

:::: ด่าถูกหรือด่าผิด .. ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขา .. ด่าหนักหรือด่าเบา .. ไม่มีเรา .. เขาด่าใคร??  ::::
เ ด อ ะ ดื้ อ ..
"ทำชีวิตให้อบอุ่น .. ทำหัวใจให้แข็งแรง"
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1037


"Way Back Into Love"


« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 23, 2009, 06:02:14 PM »




15 วัน แห่งการฉลองตรุษจีน


วันแรกของปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก หลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการต่ออายุ และนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้กับตน 

           วันที่สอง ชาวจีนจะไหว้บรรพชนและเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับสุนัข เลี้ยงดูให้ข้าว อาบน้ำให้แก่มัน ด้วยเชื่อว่าวันที่สองนี้เป็นวันที่สุนัขเกิด 

           วันที่สามและสี่ เป็นวันของบุตรเขย ที่จะต้องทำความเคารพแก่พ่อตาแม่ยายของตน 

          วันที่ห้า เรียกว่า พูวู ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้านเพื่อต้อนรับการมาเยือน ของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ในวันนี้จะไม่มีใครไปเยี่ยมใครเพราะจะถือว่าเป็นการนำโชคร้าย มาแก่ทั้งสองฝ่าย 

          วันที่หก ถึงสิบชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของ ครอบครัว และไปวัดไปวาสวดมนต์เพื่อความร่ำรวยและความสุข 

          วันที่เจ็ด ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวนานำเอาผลผลิตของตนออกมาชาวนาเหล่านี้จะทำน้ำที่ทำมาจากผักเจ็ดชนิดเพื่อฉลองวันนี้ วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิดของมนุษย์ ในวันนี้อาหารจะเป็นหมี่ซั่วกินเพื่อชีวิตที่ยาวนานและปลาดิบเพื่อความสำเร็จ 

           วันที่แปด ชาวฟูเจียน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครองอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์ 

          วันที่เก้า จะสวดมนต์ไหว้และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้ 

          วันที่สิบถึงวันที่สิบสอง เป็นวันของเพื่อนและญาติๆ ซึ่งควรเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น และหลังจากที่ทานอาหารที่อุดมไปด้วยความมัน 

          วันที่สิบสาม ถือเป็นวันที่เราควรทานข้าวธรรมดากับผักดองกิมกิ ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย 

           วันที่สิบสี่ ความเป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟซึ่งจะมีขึ้นในคืนของวันที่สิบห้าแห่งการฉลองตรุษจีน


บันทึกการเข้า

:::: ด่าถูกหรือด่าผิด .. ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขา .. ด่าหนักหรือด่าเบา .. ไม่มีเรา .. เขาด่าใคร??  ::::
man@dmin
Administrator
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2460


เว็บรุ่น นรจ.34 ยินดีต้อนรับครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 24, 2009, 08:47:35 AM »

++ ขอบคุณครับ เพื่อนพู น้องดื้อ... ไม่เคยทราบตำนานนี้มาก่อนเหมือนกันครับ ...ดีมาก ๆ ครับ.
บันทึกการเข้า


เ ด อ ะ ดื้ อ ..
"ทำชีวิตให้อบอุ่น .. ทำหัวใจให้แข็งแรง"
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1037


"Way Back Into Love"


« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 24, 2009, 10:43:23 PM »


...ไม่มีปัญหาครับเพ่แมน ... น้องคนนี้ยินดีรับใช้เสมอ ....

...มีอะไรก็เรียกใช้ได้ครับเจ้าน๊าย...ยยย


...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วอ๊ะเพ่ ... ก็สวัสดีปีใหม่ ...เลยแล้วกัน



....ซินเจียยู่อี๋.    ซินหนี่ฮวดใช้ ....

ร่ำรวย ๆ ... เฮง เฮง เฮง
...




...อีกเรื่องหนึ่ง ... ถ้าใครไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหน ...
...ดื้อแนะนำให้ไปปิดทอง ของพร ที่วัดเล่งเน้ยยี่ 2 กันนะค่ะ
...ระหว่างวันที่ 23 มกราคม  - 3 กุมภาพันธ์ 52 นี้ ...
บันทึกการเข้า

:::: ด่าถูกหรือด่าผิด .. ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขา .. ด่าหนักหรือด่าเบา .. ไม่มีเรา .. เขาด่าใคร??  ::::
หน้า: [1] 2 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2005, Lewis Media| | web stats
View My Stats
Free Stats Valid XHTML 1.0! Valid CSS!