ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤษภาคม 19, 2012, 04:11:36 PM
หน้าแรก หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก


+  http://www.navy34.com
|-+  บอร์ดแบ่งปันความรู้ (บุคคลทั่วไป)
| |-+  การแพทย์ สุขภาพ ยา - Health Medical (ผู้ดูแล: (~ ̄▽ ̄) นางพญามาร >>)
| | |-+  นานาสาระสุขภาพคุณผู้หญิง : "ลืมกินยาทำไงดี" มีทางแก้!!
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2       พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: นานาสาระสุขภาพคุณผู้หญิง : "ลืมกินยาทำไงดี" มีทางแก้!!  (อ่าน 1042 ครั้ง)
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« เมื่อ: มกราคม 14, 2012, 11:41:31 PM »



ลืมกินยาทำไงดี? คำถามนี้คงจะเรียกได้ว่าเป็นกันแทบทุกคนเลยใช่ไหมล่ะค่ะ คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรอกใช่ไหมค่ะว่า "ไม่เคยลืมกินยา" วันนี้จะพาคุณๆ ที่เกิดคำถามที่ว่า ลืมกินยาทำไงดี มาดูวิธีแก้ไขว่าคุณควรทำเช่นไรดีเมื่อลืมกินยา มาไขคำถาม ลืมกินยาทำไงดี นี้ไปพร้อมกันไม่ว่าคุณจะลืมกินยาก่อนอาหาร ลืมกินยาหลังอาหาร หรือ ลืมกินยาก่อน วันนี้เราก็มีวิธีแก้การลืมกินยาตามเวลามาฝากกันอีกด้วยค่ะ ต่อไปก็จะได้หมดปัญหา ลืมกินยาทำไงดี? กันแล้วล่ะค่ะ หรือหากว่า คนรอบข้างของคุณมีปัญหา ลืมกินยาทำไงดี? เช่นเดียวกับคุณอย่าลืมที่จะสะกิจเขาสักนิดถึงวิธีแก้การลืมกินยาตามเวลาเพื่อให้เขาได้รู้ด้วยนะค่ะ เอาเป็นว่าไม่ต้องมัวเสียเวลาแล้วล่ะค่ะเรามาไขปัญหา "ลืมกินยาทำไงดี" มีทางแก้!! กันเลยดีกว่าค่ะ



แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 14, 2012, 11:42:47 PM »

ลืมกินยาทำไงดี

1. ลืมกินยาก่อนอาหาร


2. ลืมกินยาหลังอาหาร


3. ลืมกินยาหลังอาหารทันที ลืมกินยากินพร้อมอาหาร
วิธีแก้ : ยาประเภทนี้มีฤทธิ์กัดกระเพาะอาจทำให้ท้องอืดแน่นหรือคลื่นไส้อาเจียนถ้ากินตอนท้องว่าง ดังนั้นควรทำเหมือนกรณีลืมกินยาหลังอาหารทุกประการ
หลักการที่ถูก : ควรกินทันทีหลังอาหารคำสุดท้าย

4. ลืมกินยาก่อนนอน
วิธีแก้ : ลืมแล้วก็ปล่อยให้ลืมไป ไม่ต้องกินซ้ำอีกครั้งในตอนเช้าหรือตามไปกินซ้ำ 2 เท่า ในช่วงก่อนเข้านอนของอีกวัน
หลักการที่ถูก : กินแล้วควรเข้านอนทันที (ยาประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นยาคลายประสาททำให้ง่วงนอนจึงอาจเกิดอุบัติเหตุได้ถ้าไม่อยู่เป็นที่เป็นทาง)
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 14, 2012, 11:46:13 PM »



วันนี้ ชวนคุณผู้หญิงมาทำสปาผิวหน้าด้วยเองยามว่างหรือหยุดเสาร์อาทิตย์ด้วยสูตรมาส์กหน้ากระจ่างใสกันดีกว่าค่ะ วันหยุดทั้งทีต้องเอาใจผิวกันสักหน่อยดีกว่าปล่อยให้ผิวไร้ราศีไร้ความสวยไปได้นะจ๊ะ ด้วย สปาผิวหน้า ที่ นำมาแนะนำกันในวันี้เป็นสูตรสปาผิวหน้าที่บ้านง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก แต่ดีกับสุขภาพผิวอย่างแน่นอน ยิ่งสมัยนี้ยิ่งฮิตมีผิวสวยแบบมีออร่ากันอยู่ด้วย แล้วคุณผู้หญิงทั้งหลายจะพลาดแล้วตกเทรนด์กันไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ ใส่ใจกันด้วย สปาผิวหน้า สูตรมาส์กหน้ากระจ่างใส ที่นำมาฝาก คุณผู้หญิงจะได้มี ผิวสวย ผิวขาว ผิวใส ผิวกระจ่างใส แบบธรรมชาติที่ไม่ต้องพึ่งมีดหมออย่างไรละจ๊ะ พร้อมที่สปาผิวหน้าด้วยสูตรมาส์กหน้ากระจ่างใสกันแล้วรึยังจ๊ะ ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วมาทำ สปาผิวหน้า กันเลยดีกว่าค่ะ
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 14, 2012, 11:48:21 PM »


สปาผิวหน้า สูตรมาส์กหน้ากระจ่างใส

เตรียมชามสะอาดเอาไว้ เตรียมส่วนผสม

1. สูตรมาสก์หน้าให้ผิวกระจ่าง



2. สูตรมาสก์หน้าสำหรับผิวแห้ง



3. สูตรจากลูกเบอร์รี่



โดยทั่วไปใช้น้ำผึ้งปัจจุบันมีผงน้ำผึ้ง เรียกว่า Honey powder มักใช้ในสปาเพราะน้ำผึ้งเป็นน้ำข้นเหนียวหนืดและหวานเกินห้ามใจ ใช้ผงน้ำผึ้งที่เริ่มมีขายในซูเปอร์มาร์เก็ตผงน้ำผึ้งลักษณะคล้ายผงแป้งข้าวโพดผู้ผลิตเขาใช้น้ำผึ้งแท้ๆ นี่แหละไปทำให้แห้งแล้วผสมฟรักโทสกับ Maltodextrin ตัวนี้เป็นสารชนิดหนึ่งให้ความหวานมักใช้เติมลงในไอศกรีม แม้ในไอศกรีมที่บอกว่าเป็น Sugar free ก็นิยมเติมสารตัวนี้ลงไป ผงน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็นแอนตี้-เซพติก คือ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ผิวปลอดเชื้อ และดูดซับความชุ่มชื่น ช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้ลอกออก คนขายระบุว่า เป็นคลีนเซอร์ธรรมชาติใช้ผสมในครีม โลชั่นทาผิวตัวและผิวหน้า ผสมในนมทำมิลล์บาธ ผสมในเกลือขัดผิวหรือแช่ตัว ผสมในสบู่หรือทำสบู่บับเบิล ให้นอนแช่ในอ่างอาบน้ำสบายตัว

ผงน้ำผึ้ง เป็นอีกส่วนผสมหลักใช้ทำสครับผิวหน้าและควรมีธัญพืชตัวสำคัญ ได้แก่ โอ๊ตมีล (ที่กินกันนั่นแหละ) หรือใช้โอ๊ตบาร์นเป็นเกล็ดเล็กละเอียดลงไปอีกผสมกันเข้าไป ใครผิวแห้งเติมผงนมลงไปได้อีกแล้วแต่สูตรที่ชอบกลิ่นที่ชวนใช้ ส่วนใครชอบเนื้อผลไม้ที่เหลือๆ ค้างในตู้เย็นกินไม่หมดเอามาใช้สครับได้ เช่น มะละกอสุก บางสูตรใช้มะละกอห่าม สูตรนี้ต้องออกแรงเค้นนวดให้เนื้อเหลวเพื่อผสมกับน้ำผึ้งให้มีเนื้อเข้มข้น สครับผิวต้องมีเนื้อข้นเหมือนซอสหนักๆ เวลาพอกแล้วจะได้หนากำลังดี เกาะผิวหน้า หรือถ้ามีโยเกิร์ตเติมลงไปก็ช่วยในการบำรุงผิวยิ่งขึ้น ดังนั้นส่วนผสมหลักๆ มีอย่างไหนก็ใช้อย่างนั้น เช่น ผงน้ำผึ้ง ผงนม ผงนมถั่วเหลือง โอ๊ตมีล ผลไม้ เช่น เนื้อมะละกอ กีวีก็ดีนะ ส้มเกรพฟรุต สตรอเบอร์รี่ และพวกลูกเบอร์รีทั้งหลาย เป็นผลไม้กินอร่อย สครับก็ได้ มาส์กก็ดีใช้ประโยชน์ได้หลายสถานะ
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 14, 2012, 11:52:14 PM โดย หมูบิน »
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 14, 2012, 11:51:09 PM »



โรคอัลไซเมอร์ หรือก็คือ โรคขี้หลงขี้ลืม ที่หลายคนมันคุ้นเคยกับคำนี้ วันนี้ มีเรื่องน่ารู้ของ โรคอัลไซเมอร์ สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ และ วิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์ มาฝากกันด้วยค่ะ ยิ่งคุณอายุมากขึ้นเท่าไรโรคอัลไซเมอร์ก็ดูเหมือนจะเข้าคุกคลามมากขึ้นทุกครั้ง คุณเคยลองสำรวจตัวเองบ้างหรือไม่ว่า มีอาการโรคอัลไซเมอร์กันบ้างรึเปล่า เช่น ลืมนู้นนี่นั้น หรือคนใกล้ตัวของคุณเช่น คุณแม่ คุณพ่อ คุณยาย คุณตา คุณปู่ หรือ คุณย่า ฯลฯ มีอาการเหล่านี้กันบ้างไหม หรือใครไม่อยากเป็นโรคอัลไซเมอร์กันก่อนวัย ก็มีคำแนะนำดีๆ ถึงวิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และสารเหตุโรคอัลไซเมอร์ รวมถึงอาการโรคอัลไซเมอร์ มาบอกให้คนรักสุขภาพอย่างคุณได้ฟังกันด้วยค่ะ ฉะนั้นแล้วใครอยากรู้เรื่อง โรคอัลไซเมอร์ คืออะไร สาเหตุโรคอัลไซเมอร์ วิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และอาการโรคอัลไซเมอร์ ว่าเป็นอย่างไร มาดูเรื่องเหล่านี้ไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 14, 2012, 11:51:51 PM »

โรคอัลไซเมอร์ สาเหตุ วิธีป้องกัน

พ.อ.นพ.สามารถ นิธินันทน์ หัวหน้ากองจิตเวชและประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ให้ความรู้ว่า โรคสมองเสื่อม คือ การที่สูญเสียความจำระยะสั้นร่วมกับมีความผิดปกติทางวุฒิปัญญา สูญเสียทักษะ โดยที่มีผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคม และอาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุของโรคสมองเสื่อมที่พบมากเป็นอันดับหนึ่ง คือ "โรคอัลไซเมอร์" พบได้ร้อยละ 50-60 รองลงมาได้แก่ โรคหลอดเลือดสมองพบได้ร้อยละ 15-20 สำหรับในประเทศไทยเริ่มพบว่ามีจำนวนมากขึ้น

โรคอัลไซเมอร์ คือ

โรคที่เกิดจากการตายของเซลล์สมองโดยไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทนทำให้การทำงานของสมองเสื่อมลงจนกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่จากการตรวจพบทางพยาธิวิทยาพบว่ามีสมองฝ่อและตรวจพบนิวโรฟิบริวลารี่ แทงเกิลส์ (neurofibrillary tangles) เป็นโครงสร้างที่พันกันยุ่งเหยิงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นประสาท มีการสะสมโปรตีนอมัยลอยด์ (amyloid) ในสมองซึ่งเป็นสารเหนียวๆ จับกันเป็นก้อนที่เรียกว่า พลัค (plaque) ซึ่งทั้ง 2 ตัวต่างทำลายเซลล์สมองที่ดีที่อยู่รอบๆ ให้เสียหายและลักษณะอีกอย่างหนึ่งของโรคอัลไซเมอร์ คือ เซลล์สมองสร้างสารส่งผ่านประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำลดลง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์มีความผิดปกติทางพันธุกรรมร่วมกับสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้นด้วย
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 12:00:52 AM »

ปัจจัยเสี่ยง และ สาเหตุโรคอัลไซเมอร์ ได้แก่

แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 12:01:23 AM »

อาการโรคอัลไซเมอร์

อาการต่างๆ ที่อาจจะพบ พ.อ.นพ.สามารถ อธิบายว่า ได้แก่ อาการหลงลืมซึ่งเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ ชอบถามคำถามซ้ำๆ นึกคำหรือประโยคที่จะพูดไม่ออก หลงลืมสิ่งของที่ใช้เป็นประจำ สับสนเรื่องเวลา สถานที่ จำบุคคลที่เคยรู้จักไม่ได้ มีอารมณ์หงุดหงิด หวาดระแวง ซึมเศร้า อาการเหล่านี้เป็นมากขึ้นจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ โดยผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในระยะแรกใช้เวลาประมาณ 1-3 ปี ญาติมักจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติมากนัก อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นตามลำดับ

ในผู้ป่วยระยะกลางใช้เวลาประมาณ 2-10 ปี ผู้ป่วยบางรายยังพอรู้ตัวว่าหลงลืมง่ายโดยเฉพาะเรื่องวัน เวลา สถานที่ ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะมีอาการด้านอารมณ์ เช่น ก้าวร้าว หวาด ระแวง ซึมเศร้า ทำให้ความสนใจต่อตนเองลดลง ญาติมักจะสังเกตเห็นความผิดปกติจึงควรรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ หากปล่อยไว้จนผู้ป่วยเข้าสู่ระยะที่ 3 ความจำจะเลวลงมาก พูดน้อยลง ปัสสาวะหรืออุจจาระโดยไม่บอก มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ สับสน เอะอะอาละวาด หรือมีอาการทางจิตประสาท เช่น เห็นภาพหลอน หูแว่ว หวาดระแวงกลัวคนมาทำร้าย

ในปัจจุบันแม้จะยังไม่มียารักษาโรคนี้ให้หายได้ แต่จากการศึกษาทั้งในและต่างประเทศพบว่า มีตัวยาที่สามารถช่วยให้ความจำ พฤติกรรมและการทำกิจวัตรประจำวันดีขึ้น ทั้งในโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่ระยะปานกลางจนถึงรุนแรงได้ และความจำเสื่อมที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมองมีผลข้างเคียงที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้ ปวดท้อง นอนไม่หลับ วิงเวียน ปวดศีรษะ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มรับประทานยาครั้งแรก ดังนั้นหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ และทำการรักษาอาการจะทุเลาลง
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 12:02:09 AM »

วิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์



ถึงแม้ว่าโรคอัลไซเมอร์มีอาการไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตและใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน แต่กว่าจะทราบก็สายไปแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้ว ดังนั้นเราควรหันมาดูแลเอาใจใส่ พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติหรือผู้สูงอายุรวมทั้งหมั่นสังเกตอาการเพื่อพามารักษาความทรงจำให้ดีขึ้นอย่าให้ท่านจากเราไปโดยที่จดจำเราไม่ได้เลย
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า
หมูบิน
สมาชิกน้องกลาง
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


Feel free to fly..


« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 12:04:48 AM »



หาหมอรักษาสิวดีไหม ? ... ยาหมอรักษาสิวดีจริงรึเปล่า ? ปัญหาใหญ่ที่ไม่เล็กของคุณผู้หญิงหลายๆ คน และปัญหานี้ก็ไม่ได้มีเพียงแค่คุณผู้หญิงเท่านั้นแต่คุณผู้ชายก็ไม่แพ้กัน ยิ่งวัยรุ่นด้วยแล้ว หาหมอรักษาสิวดีไหม ? ... ยาหมอรักษาสิวดีจริงรึเปล่า ? เป็นปัญหาที่วัยกำลังห่วงหล่อห่วงสวยถามกันเข้ามาเป็นอย่างมากเลยค่ะ วันนี้เลยขอนำคำถามที่ว่า หาหมอรักษาสิวดีไหม ? ... ยาหมอรักษาสิวดีจริงรึเปล่า ? มาตอบคำถามหลายๆ ท่านได้รู้กันในวันนี้ค่ะ มาดูกันซิว่าจะแนะนำคำตอบอย่างไรในเรื่อง หาหมอรักษาสิวดีไหม ? ... ยาหมอรักษาสิวดีจริงรึเปล่า ? ในเรื่องนี้กัน เพราะ เชื่อว่าใครก็อยากที่จะเจอหมอรักษาสิวที่ดี ไม่เลี้ยงสิว และทำให้สิวหาย กลับมามีใบหน้าที่หล่อสวยใสด้วยกันทั้งนั้น แต่ทว่าคลินิกสมัยนี้ก็มีเยอะมากมายเรียกว่าเลือกกันไม่ถูกเลยจริงๆ ดังนั้นจะ หาหมอรักษาสิวดีไหม ? หรือ ยาหมอรักษาสิวดีจริงรึเปล่า ? คงต้องมาทำการเลือกสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ

ยาหมอรักษาสิวดีจริงรึเปล่า ?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ผ่านประสบการณ์หาหมอสิวมาแล้วนักต่อนักคงคุ้นเคยกับกิจกรรมหลักของร้านหมอสิว นั่นคือ "การรอ" เร็วสุด 45 นาที ช้าสุดก็ 1-2 ชั่วโมง ไม่ใช่ต้องรอนานอย่างเดียว แต่ราคาค่ารักษายังแพงด้วย เพราะหลายคนเชื่อว่ายิ่งแพงยิ่งดี ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้ยาหมอสิวแสนแพงวิเศษขึ้นมาทันตา จากข้อสรุปด้านจิตวิทยาว่า เมื่อใจศรัทธา กายก็จะสนองตอบ พอได้ใช้ยาของหมอผิวหนัง จิตใจก็ได้รับการเยียวยาไปด้วย เพียงไม่นานผิวก็จะสวยใสอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก แต่ขอบอกว่าตัวยาที่ได้จากหมอแพงหรือถูกไม่ได้แตกต่างกันเลย ถ้าลองลูกค้าเชื่อในความมหัศจรรย์ของยาที่ได้รับมา ถึงแม้ราคาจะถูกสุด ๆ หน้าก็คงจะใสได้ไม่ต่างกัน

 
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2      
พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


สาระน่ารู้ และสิ่งดี ๆ ในด้าน Hardware , Software , E-learning , Microsoft Office บทเรียน เกี่ยวกับ Word , Excel ,Powerpoint , Access

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2005, Lewis Media| | web stats
View My Stats
Free Stats Valid XHTML 1.0! Valid CSS!