ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 31, 2012, 12:07:56 AM
หน้าแรก หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก


+  http://www.navy34.com
|-+  บอร์ดแบ่งปันความรู้ (บุคคลทั่วไป)
| |-+  แบ่งปันสาระน่ารู้ Advantage Knowledge (ผู้ดูแล: (~ ̄▽ ̄) นางพญามาร >>, navy blue)
| | |-+  ตะลอนกิน
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 4       พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ตะลอนกิน  (อ่าน 3402 ครั้ง)
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2011, 12:10:52 AM »

"เจ๊ณี ผัดไทยหมูหมักเห็ดหอม"

สถานที่ : โชคชัยร่วมมิตร

.........................................................

ร้านก๋วยเตี๋ยวผัดไทยที่ตั้งใจขายผัดไทยจริงๆ อยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร ซอยที่มีร้านอาหารอร่อยหลายร้าน

ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเจ้านี้เป็นร้านห้องแถวคูหาเดียว ถ้าเข้ามาทางถนนวิภาวดีรังสิต ถึงซอยโชคชัยร่วมมิตรให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป จะเห็นร้านข้าวแกงจุฑามาศอยู่ซ้ายมือ ตรงไปอีก 20 เมตรก่อนจะถึงร้านบะหมี่กวางตุ้ง ขวามือจะเห็นร้านผัดไทยที่ขายคู่กับขนมบัวลอยไข่หวาน มีแผงไข่ไก่สดกองโตเป็นที่สังเกต

ผัดไทยร้านนี้ขายดีจนลืมตั้งชื่อร้าน แต่ลูกค้าขาประจำจะเรียกว่าผัดไทยเจ๊ณี เพราะเจ้าของร้านคือ คุณสุปราณี เชาว์แสงกิตติ แม่ค้าผัดไทยที่อารมณ์ดีที่สุด เพราะเวลาที่เจ๊ณีผัดก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าจะยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่หน้าหงิกหน้างอเหมือนแม่ค้าส่วนใหญ่ มือจับตะหลิวก็ผัดไป ปากก็เจื้อยแจ้วทักทายลูกค้าตลอดเวลา

เจ๊ณีบอกว่าขายผัดไทยมา 14 ปีแล้ว สมัยเด็กๆ เคยช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยวราดหน้ามาก่อน แต่หลังจากที่แม่เลิกขายราดหน้าเพราะทำไม่ไหว เจ๊ณีก็เปลี่ยนมาขายก๋วยเตี๋ยวผัดไทยที่คิดว่าน่าจะขายดีกว่าราดหน้า โดยมีคุณบีน้องสาวมาช่วยอีกแรง

ผัดไทยสูตรของเจ๊ณีไม่เหมือนใคร แม้ว่าระยะแรกต้องใช้วิธีครูพักลักจำ คือไปดูร้านก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเจ้าอร่อยว่าเขาทำอย่างไรบ้าง แล้วก็นำมาประยุกต์เป็นสูตรเจ๊ณีคือผัดตามใจฉัน แต่ทุกอย่างจะต้องสดและสะอาด ต้องพิถีพิถันตั้งแต่เส้นก๋วยเตี๋ยว ถั่วงอก กุยช่าย โดยเฉพาะพริกป่นและถั่วคั่วจะต้องคั่วเองตำเอง

ร้านผัดไทยของเจ๊ณีจัดง่ายๆ มีไม่กี่โต๊ะ ลูกค้าต้องรีบกินแล้วรีบไป เพื่อให้คนอื่นที่มารอได้ลิ้มรสความอร่อยบ้าง กรรมวิธีการผัดก๋วยเตี๋ยวของเจ๊ณีก็ดูง่ายๆ โดยผัดเส้นกับน้ำมะขามเปียก ใส่กุ้งแห้ง ถั่วคั่วป่น พริกป่น น้ำตาลทราย ไข่ ผัดจนทุกอย่างเข้าที่แล้วถึงนำมาใส่จานที่มีหมูหมักและเห็ดหอมผัดไว้ก่อนแล้ว

ที่ขาดไม่ได้หรือถ้าขาดแล้วไม่ใช่ผัดไทยเจ๊ณี คือกากหมูกระเทียมเจียวที่ต้องคลุกเคล้าอยู่ในเส้นผัดไทย เวลาเคี้ยวจะกรุบกรอบอร่อยอย่าบอกใคร

กินผัดไทยที่อื่นจะมีความรู้สึกว่ามีเส้นมากเหลือเกิน แต่ผัดไทยของเจ๊ณีแต่ละจานนั้นไม่มากแต่อร่อย ลูกค้ากินเพลินๆ แป๊บเดียวก็หมดแล้ว บางคนจะรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเดี๋ยวเดียวหมดจานแล้ว ความรู้สึกเช่นนี้เพราะผัดไทยร้านนี้อร่อยไม่เหมือนที่อื่น

ต้องบอกก่อนว่าถ้าสั่งจานธรรมดาราคา 25 บาท ก็จะมีแต่หมูหมักไม่มีเห็ดหอม ถ้าอยากจะกินเห็ดหอมด้วยต้องสั่งจานพิเศษราคา 30 บาท

อิ่มอร่อยกับผัดไทยเจ๊ณีแล้วก็ต้องล้างคอด้วยขนมหวาน คือบัวลอยไข่หวานคุณบีน้องสาวเจ๊ณี ลูกค้าร้านนี้ต้องกินทั้งผัดไทยและบัวลอยไข่หวานถึงจะครบสูตร เพราะเป็นบ้วลอยที่อร่อยไม่หวานจัด ธรรมดา 10 บาท ใส่ไข่ 15 บาทเท่านั้น

เจ๊ณีเปิดร้านขายผัดไทยแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ขายทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเย็น พอ 3 ทุ่มก็เก็บร้านแล้ว อยากจะไปชิมฝีมือเจ๊ณีก็รีบๆ ถ้าไปไม่ถูกโทร.ไปสอบถามที่หมายเลข 0-2275-9394

.....................................................................

รายการ VIP ทางช่อง 9 เชิญ "เจ๊ณี" มาออกรายการ โชว์ฝีมือทำผัดไทยแสนอร่อยค่ะ


<a href="http://www.youtube.com/v/L1rLfXdr9GY?version=3&amp;amp;hl=en_US.smf" target="_blank">http://www.youtube.com/v/L1rLfXdr9GY?version=3&amp;amp;hl=en_US.smf</a>



แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 20, 2011, 08:47:54 PM โดย NavyGirl »
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2011, 12:37:53 AM »

ร้านโกยี

สถานที่ : แยกวังหิน

..............................................


<a href="http://www.youtube.com/v/d1pAiQdFgcw?version=3&amp;amp;hl=en_US.smf" target="_blank">http://www.youtube.com/v/d1pAiQdFgcw?version=3&amp;amp;hl=en_US.smf</a>

..............................................

หากวันนี้ คุณเกิดอยาก ทานสเต็ก ขึ้นมา เอ๊ะ!.... หากินสเต็กในเมืองกรุงแบบนี้ หาได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่หรอก  แต่สเต็กชั้นดี จากผู้เชี่ยวชาญ ด้านการทำสเต็ก โดยเฉพาะนี่ซิ จะไปหากินได้จากที่ไหน เมืองกรุงแสนกว้างใหญ่ แต่วันนี้ ขอพาไปที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งบอกได้คำเดียวเลยว่า รสชาตของสเต็กที่คุณใฝ่ฝัน เนื้อนุ่ม แน่นๆ อยู่ที่นี่แล้ว คร๊าท่าน

ร้าน โกยี   แยกวังหิน ร้านนี้เค้ามีสเต็กเนื้อชั้นดีหลากหลาย มาแนะนำท่านที่นิยมทานสเต็ก  บอกได้เลยคำเดียวว่า สำหรับผู้ที่ชอบทานสเต็กล่ะก็ มาทานที่นี่จะ ไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น สเต็กเนื้อ สเต็กหมู สเต็กปลา หรือไส้กรอก นานาชนิด  แต่ละอย่างใช้วัตถุดิบชั้นดี แบบเดียวกับ สเต็กที่ท่านเคยทานบนรีสอร์ทเขาใหญ่อย่างไงอย่างงั้นเลย

เพราะร้านนี้ เจ้าของเค้านำสูตรการทำสเต็กแบบพิเศษ แบบเดียวกับรีสอร์ทที่เขาใหญ่ ซึ่ง เจ้าของร้านเค้าเปิดบริการร้านอาหารพร้อมรีสอร์อยู่ที่ เขาใหญ่  เพราะฉะนั้นเรื่อง รสชาต วัตถุดิบ ใช้มาทำเสต็กนั้น  เจ้าของร้านเค้าคัดสรรมาเพื่อคนกรุงที่อาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ เขาใหญ่ โดยเฉพาะ




อีกเมนูที่อยากแนะนำ

ข้าวผัดปูร้านนี้ไม่แฉะ ไม่มัน และไม่ต้องควานหาเนื้อปู มาให้เห็นชัดๆ กินได้เต็มๆ ... ในราคา 35 บาท นับว่าคุ้มค่า

อีกเมนูโปรดคือ ผัดมักกะโรนี โดยเฉพาะมักกะโรนีไส้กรอก ... ไม่มัน ไม่เลี่ยน รสกลมกล่อมกำลังดี ไม่ต้องใช้ซอสมะเขือเทศ หรือ ซอสพริก ปรุงเพิ่มเลย

ส่วนกระเพาะปลา กับ ยำมะเขือยาว เป็นจานที่คุณผู้ปกครองเรียกร้อง ... แต่ก็ขอแจม แอบฉกมาจานละคำ สองคำ

จริงๆ ยังมีอีกหลายเมนูที่โปรดปรานมากๆ ทั้ง บะหมี่ปู บะหมี่หมูย่าง สเต็กไส้กรอก แต่ไว้ต้องชวนพรรคพวกไปหม่ำกันเป็นหมู่คณะ ถึงจะสั่งได้ครบทุกจาน...คร๊า











ขอขอบคุณที่มา
รูปภาพประกอบ : violet_ladybird
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2011, 07:45:02 AM โดย man@dmin »
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2011, 11:05:22 PM »

ตาม "รอยไหม" ลิ้มรส "สลัด" น้ำมะขามงาดำ ต่อด้วยน้ำข้าวสาลีอ่อนแยกกาก ใครจะไปเชื่อว่ารักษามะเร็งได้!!

สถานที่ : ถ.นิมมานเหมินทร์ จ.เชียงใหม่


ต้องยอมรับว่า ช่วงนี้เทรนด์สุขภาพค่อนข้างมาแรงถึงแรงที่สุด

ไม่ว่าจะเป็น ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพ สารพัด... อะไรๆ ก็ "สุขภาพ"
 
โดยเฉพาะ "อาหารเพื่อสุขภาพ"
 
หากพูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพ หลายคนก็มักจะนึกถึง การกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ มีประโยชน์ ไร้สารพิษ หรือแม้กระทั่งธัญพืช ข้าวกล้อง

นั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ในที่นี้ ขอนำเมนู ที่ช่วยเปลี่ยนนิสัยการกิน ให้หันมารับประทานผัก ผลไม้มากขึ้น หรือลดปริมาณไขมัน

ขณะที่ "ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ" ก็ยังมีน้อยมากในบ้านเรา เมื่อเทียบกับกระแสของคนรักสุขภาพที่มาแรง

ซึ่งจะมีซักกี่ร้านที่คิดทำเมนูเพื่อสุขภาพขึ้นมา แล้วเจาะกลุ่มเป้าหมายหรือตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้ตรง

ประมาณว่า ถ้ากินเพื่อสุขภาพจริงๆ ต้องร้านนี้เท่านั้น แม้จะไม่รักสุขภาพก็มานั่งกินได้




โดยในที่นี้จะพาไปรู้จัก "เดอะสลัดคอนเซ็ปต์" ร้านอาหารที่มีสลัดเป็นเมนูเด่นของร้าน ที่ใครอยากกินสลัด ก็ต้องเป็นร้านนี้เท่านั้นค่ะ
 
เพราะว่า ขายสลัดเพียงอย่างเดียว (ฮ่า ๆๆๆ)
 
ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่มีชื่อว่า "สลัดสะอาด สดอร่อย ปลอดภัย และมั่นใจได้"

 


     


แต่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด เพราะแขกไปใครมาก็จะได้เจอสลัดหลากหลายเมนู ชวนรับประทาน ที่เจ้าของร้านตั้งใจปรุงไอเดียอาหารเพื่อคนรุ่นใหม่
 
จุดเด่นของร้านอยู่ที่ สลัดจานใหญ่มาก... มีผักหลากสีสัน น้ำสลัดรสชาติถูกปาก ที่นำเอาส่วนผสมที่มีอยู่ในบ้านเรามาประยุกต์
 
เช่น น้ำมะขามงาดำ น้ำยำสาระแหน่ หรือ เธาซันไอส์แลนด์ ที่มีรสชาติออกเผ็ดนิดๆ เป็นต้น
 
หากยังไม่อิ่ม ก็มีน้ำผักผลไม้แยกกาก เช่น น้ำต้นข้าวสาลีอ่อนแยกกาก (น้ำวีทกราส) น้ำแยกกากสูตรดีท็อกซ์  และสมูตตี้เพื่อสุขภาพไว้บริการอีกหลายเมนู
 
ทั้งนี้ เจ้าของร้านบอกว่าต้องการทำให้แปลกกว่าสลัดที่สามารถหากินได้ทั่วๆ ไป หรือถ้าเหมือนก็ต้องดีกว่าเท่านั้น
 
ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ราคาไม่แพง เพราะเมื่อเทียบกับปริมาณแล้ว โอ้ว... บอกได้คำเดียวว่า "คุ้ม" แค่ 50 บาทก็กินได้




มากกว่านั้น ยังเลือกใช้ผักปลอดสารเคมี หรือผักไฮโดรโปนิกส์ ที่ทั้ง สด กรอบ อร่อย
 
ซึ่งเชื่อว่า คนที่ไม่กินผัก หากได้ลิ้มลองแล้วอาจจะชอบขึ้นมาก็ได้ ...
 
นอกจากนี้ ยังมีเมนูสลัดที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สลัดแซลมอนพาสต้าโฮลวีท สลัดกุ้งหรรษา สลัดเต้าหู้ออแกนิค และ สลัดเนื้อย่างซีอิ้ว

 


เป็นยังไงบ้างค่ะ ... แค่เห็นชื่อเมนู ก็น้ำลายสอไปตามๆ กัน
 
ลำบากนิดหนึ่ง หากใครอยากกินต้องเดินทางไกลถึงเชียงใหม่

เนื่องจาก "เดอะสลัดคอนเซ็ปต์" ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 13
 
แต่ก็หาไม่ยาก เพราะ ย่านนั้นใครๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี




"ปอย" ณิชยา   ตุวานนท์  เจ้าของร้านเดอะสลัดคอนเซ็ปต์ ที่มีดีกรีเป็นถึงนักเรียนนอก เล่าถึงที่ไปที่มาของร้านนี้ว่า เริ่มจากเบื่องานประจำ เลยคิดอยากจะมาอยู่บ้านและขายของอะไรก็ได้ซักอย่างหนึ่ง

แล้วจะขายอะไรล่ะ? คำถามนี้ยังอยู่ในหัว ปอย วันแล้ววันเล่า
 
มีอยู่วันหนึ่งพบว่า พ่อป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย จึงหันมารับประทานผัก น้ำผลไม้แยกกาก พอผ่านไปซักระยะ ปรากฎว่าหายจากอาการป่วย
 
จึงทำให้ ปอย เลือกที่จะขายอาหารขึ้นมา โดยเลือกขายสลัด ทั้งที่ทำอาหารไม่เป็น และไม่คิดว่าจะทำได้
 
ก่อนจะลองผิดลองถูก ออกมาเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และมี "ปาย" ปณิดา ตุวานนท์ น้องสาว เป็นคนช่วยปรุงไอเดีย ช่วยบริหารร้านมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

ใครจะไปคิดว่า จากร้านขนาด 7-8 โต๊ะ ต้องขยายตามคำเรียกร้องของลูกค้า เป็น 20 โต๊ะ และวันหนึ่งขายได้ไม่ต่ำกว่า 200 จานเลยทีเดียว
 
หัวใจที่ทำให้ เดอะสลัดคอนเซ็ปต์ ประสบความสำเร็จ ปอย เล่าว่าต้องใส่ใจกับสิ่งที่เราทำ เรียนรู้กับมันให้เต็มที่ และสามารถตอบสนองลูกค้าได้ เช่น ราคาที่ใครๆ ก็ทานได้ หลากหลาย โดยเน้นคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นหลัก

ขณะเดียวกัน ต้องทำให้แปลกกว่าคนอื่น สร้างจุดเด่นให้กับร้าน ที่สำคัญต้องทำให้รู้สึกว่า "คุ้ม"

ประจวบเหมาะกับร้านแนวนี้ยังมีไม่มากนัก อีกทั้ง ยังเป็น 1 ใน 10 อาชีพ เทรนด์ของโลกอีกด้วย

อ่อ.. ลืมบอกไปค่ะ ร้านนี้เค้าเปิด ตั้งแต่ 11 โมง ไปจนถึง 4 ทุ่ม หยุดทุกพุธที่ 2 และ 4 ของเดือน

พอมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่คิดอยากจะยึดอาชีพแบบนี้ ก็ไม่เลวค่ะ

ที่สำคัญ หากใครมีโอกาสไปแอ่วเชียงใหม่ ก็ไม่ควรพลาดที่จะเข้าไปลิ้มลอง "สลัด" และ "น้ำผลไม้แยกกาก"

รับรอง ... อร่อยเหาะ แน่นอน




ขอขอบคุณที่มา : มติชน
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 19, 2011, 11:08:26 PM โดย NavyGirl »
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2011, 11:17:58 PM »

ควงตะเกียบคู่ใจซด"ก๋วยเตี๋ยวเด็ด77จังหวัด" อร่อยเมนู"เส้น"น้ำซุปข้นจากร้านดังทั่วไทย ที่นี่ ที่เดียว


หลายคนในที่นี้คงไม่ปฏิเสธไม่ได้ว่า "ไม่เคย" รับประทาน "ก๋วยเตี๋ยว" มาก่อน
 
ไม่ว่าเส้นใหญ่ เส้นเล็ก แห้ง น้ำตก ต้มยำ ธรรมดา พิเศษ  ไม่เอาผัก  เนื้อเปื่อย เป็ด ลูกชิ้นปลา เย็นตาโฟ หรือบะหมี่ ฯลฯ ล้วนแล้วก็เป็นอาหารประเภท "ก๋วยเตี๋ยว" ทั้งสิ้น
 
แม้จะมีต้นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ก็ได้ขยายเส้นเข้าสู่สยามมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ก่อนจะเป็นอาหารประจำบนเรือสำเภาของพ่อค้าชาวจีน



เมื่อกาลเวลาผ่านไป ก๋วยเตี๋ยวก็ถูกปรับให้เข้ากับสภาพบ้านเรา จนคนจีนได้มาลิ้มลอง "ก๋วยตี๋ยว" บ้านเราแล้ว ถึงกับร้อง "หอเจี๊ยะ" อร่อยกว่าที่กินจากดินแดนต้นกำเนิดเสียอีก
 
 ที่แปลกกว่านั้น "ก๋วยเตี๋ยว" เป็นอาหารที่อยู่คู่กับสังคมไทยทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นทุกตรอก ทุกซอกทุกซอย หรือแม้กระทั่งบนท้องถนน ก็ต้องมี "ก๋วยเตี๋ยว" โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร
 
 แล้วจะมีใครสักกี่คนกันเล่า ... ที่จะรับประทาน "ก๋วยเตี๋ยว" ได้ครบทุกที่ โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อว่า "อร่อย"
 
พอๆ กับรายการโทรทัศน์ หรือคอลัมน์อาหารในหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ไม่สามารถตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวครบทุกที่ แล้วเอามาบอกได้ว่า นี่คือก๋วยเตี๋ยวที่แสนอร่อย และหากินได้ยาก
 
 นับจากนี้ไป ทุกคนก็จะหารับประมาน "ก๋วยเตี๋ยว" ที่อร่อยและหาได้ไม่ยาก เท่านั้นยังไม่พอ ยังสด สะอาด ถูกสุขลักษณะอีกด้วย หลังประสบความสำเร็จจากผลที่มีชื่อว่า "อร่อยเด็ด 77 จังหวัด" มาแล้วเมื่อปีที่แล้ว




เพราะกองบรรณาธิการข่าวสด ได้รวบรวมก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดที่ขึ้นชื่อมาไว้ที่เดียวกัน พิเศษสุดๆ ก็คือ พอได้กินแล้วก็อยากจะมากินอีก ก่อนจะกลายเป็น "ก๋วยเตี๋ยวเด็ด 77 จังหวัด" ที่ได้สืบเสาะหาเมนู "เส้น" ร้านดังทั่วไทย พร้อมแผนที่และสูตรเด็ด มายั่วน้ำลายกันถึงที่ (โอ้ว)
 
 มาถึงตรงนี้ ก็อยากรู้กันแล้วใช่ไหมครับ ว่าแต่ละที่ แต่ละจังหวัด จะมีก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยที่ไหนกันบ้าง ตามมาดูกันเลยดีกว่า
 
 ในกรุงเทพฯ นี่เลย ต้องขอแนะนำ "วิโรจน์ โภชนา" หนึ่งในย่านของกินอร่อยของเมืองไทย นั่นก็คือ ราชวัตร เพราะร้านนี้เขามีเย็นตาโฟรสเด็ดและบะหมี่เจ้าดัง ตรงข้ามกรมสรรพสามิต และยังมีหนึ่งในข้อมูลของ "วิษณุ เครืองาม" นั่นก็คือ ปลาหมึกแห้งของร้านนี้ ที่นำเข้าจากอาร์เจนตินา
 
 อยากบอกว่า เย็นตาโฟของเขารสกล่อม เครื่องเพียบ หมึกแห้งชิ้นใหญ่สะใจ บะหมี่รสมาตรฐาน เส้นหอม ลวกนุ่มพอดี เครื่องปลาสดหวาน หมูต้มไม่แห้ง หรือไม่ยุ่ยเกินไป ใช้น้ำซุปกระดูหมูล้วนไม่ปนซี่โครง ที่สำคัญคือ ราคาไม่แพง แค่ชามละ 35 บาท ถ้าพิเศษก็ชามละ 45 บาทเท่านั้นเอง




ร้านต่อมาก็อร่อยไม่แพ้กัน ขอแนะนำ "ก๋วยเตี๋ยวนายใช้ ดอนเมือง" ร้านนี้ไม่ดังเฉพาะในแวดวงทหารอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักไปทั่วกรุง แม้จะไม่มีนายใช้อยู่รำมวยจีนเวลาปรุงก๋วยเตี๋ยวแล้วก็ตาม แต่ร้านนี้ยังคงความเข้มข้นของน้ำซุป ที่ถึงใจกันเลยทีเดียว และถ้าใจถึงก็ต้องตักน้ำส้มใส่เข้าไปช้อนพูนตามสูตรของเขา รับรองอร่อยชนิดปาดเหงื่อแน่นอน จนหยุดกินไม่ได้ เพราะอร่อยแทบไม่อยากให้ขาดปาก (ซี้ด)
 
 อ่อ ก่อนกลับ ก็ต้องล้างปากด้วยขนมถ้วย และขนมหวานอื่นๆ ด้วย
 
 แขกไปใครมาแถวรามอินทรา ก็อย่าลืมแวะร้าน "สหะรส" ในซอยวัชรพลก็แล้วกัน ร้านนี้รับรองสะอาดทั้งบรรยากาศและวัตถุดิบ รสชาติเยี่ยม เพราะน้ำซุปต้มกระดูกที่เคี่ยวจนได้ที่ ผสมเคล้ากับเส้นนุ่มกำลังดี โดยเฉพาะเส้นบะหมี่ไข่ ซดคล่องคอ อร๊อย อร่อย แบบบอกไม่ถูก บอกไปจะหาโกหก ต้องมาชิมเองละกัน



ก่อนขึ้นเหนือ ก็ต้องแวะที่อยุธยากันก่อน ที่นี่ไม่ใช่แค่ขึ้นชื่อเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเรือเท่านั้น แต่ยังมี "ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ป้าแป๊ะ" ไว้ให้ลิ้มลองกันอีกด้วย ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกป้าแป๊ะ ขายมานานถึง 53 ปี โดยขณะนั้นขายบนเรือพาย ในราคาชามละ 50 สตางค์ ถึง 1 บาท ก่อนจะขยับขยายมาถึงปัจจุบัน คิดดูซิครับว่า นานแค่ไหน ชนิดเรือพังไป 4 ลำแล้ว (ฮา) และได้ส่งไม้ต่อมายังลูกสาว สืบทอดเคล็ดวิชา คงความอร่อยอย่างเหนือชั้น
 
 จุดเด่นก็คือ เนื้อไก่เหนียวแน่น ต้มเตาถ่านตั้งแต่ตี 4 จนถึงช่วงสาย แล้วใช้น้ำไก่ต้มเป็นน้ำซุปได้อย่างอร่อยกลมกล่อม ลวกเส้นนุ่มพอดีใส่เข้าไป เคล้ากับกระเทียมเจียว ที่ใช้น้ำมันไก่ลอยตัวแทนน้ำมันพืช ซึ่งจะได้กลิ่มหอมกว่า จนออกมาเป็นก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยลงตัว หรือใครจะชอบแบบต้มยำ ที่นี่เขาก็จัดให้ได้
 
นอกจากอร่อยแล้ว ราคายังไม่แพงอีกด้วย แค่ชามละ 15 บาท พิเศษ 20 บาท วันหนึ่งเฉลี่ยแล้วขายได้มากกว่า 500 ชาม ใช้ไก่วันละ 10-15 ตัวกันเลยทีเดียว ยิ่งเป็นวันหยุดลูกค้าก็จะเยอะตามไปด้วย  ข้อแแนะนำก็คือว่า ต้องชิมก่อนปรุงนะครับ
 
 ไปกันที่จ.เชียงใหม่ เมื่อมาที่นี่แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ "ก๋วยเตี๋ยวตูบน้อย" ตูบในที่นี้ก็คือ กระต๊อบ นั่นเอง เพราะเดิมขายบนรถเข็นเมื่อ 36 ปีก่อนหน้านี้ และขยายกิจการ มาสร้างเพลิงหรือกระต๊อบเล็กๆ หน้าวัดผาบ่อง ขายดีจนต้องขยายร้านอีก เพราะส่วนใหญ่จะลูกค้าที่มักคุ้นหน้าคุ้นตากันดีมากว่า 20 ปี



เมนูที่ขึ้นชื่อก็คือ ก๋วยเต๊่ยวไก่ตุ๋นหม้อดิน ความอร่อยก็อยู่ที่การตุ๋นยาจีนหรือน้ำพะโล้นั่นเอง แค่หม้อดินก็ออกมากลมกล่อมแล้ว ยิ่งเพิ่มเคล็ดลับความอร่อยเข้าไปอีก ก็ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่ ที่สำคัญร้านนี้ยังตุ๋นใส่โถหม้อดินนึ่งซึ้งอุ่นๆ ไว้พร้อมเสิร์ฟได้เลย นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวคั่ว ก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา หรือก๋วยเตี๋ยวเพื่อสุขภาพ เช่น ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ไว้บริการอีกด้วย มากกว่านั้นก็คือ บรรยากาศร่วมรื่น ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่
 

ตามไปที่อีสานกันบ้าง ที่จ.ขอนแก่น จะพาไปกิน "บะหมี่เป็ด-หมูแดง" ร้านนี้เปิดมานานกว่า 60 ปี  ขายกันนานจนถึงรุ่นที่ 3 กันเลย สูตรของร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบเส้นบะหมี่ เพราะเน้นเส้นและหมูแดง หรือเป็ดล้วนๆ ยิ่งเป็ดย่างตัวใหญ่ๆ ที่ค่อยๆ ย่างรมควันจนหอมเข้าเนื้อ จนได้ที่ เช่นเดียวกับหมูที่ใช้สันนอกย่างจนหอม ส่วนเส้นบะหมี่สดก็นวดเอง ก่อนจะออกมาเล็กบางเป็นพิเศษ เหนียวนุ่ม เพิ่มเกี๊ยวเข้าไป ตามด้วยน้ำซุปที่เข้มข้น รับรองอร่อยไม่เสียเที่ยว
 
เล็กต้มยำ บะหมี่แห้ง "ก๋วยเตี๋ยวหมูมะขามทอง" ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อและอร่อยในเมืองคอน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหรือแห้ง ก็จัดหนักทั้งหมูชิ้น บะช่อ และสารพัดเครื่องปรุง กระหน่ำลงในชาม จุดมัดใจของร้านนี้ก็คือ น้ำซุปที่ใส่ข้อกระดูกหมูเปื่อย ขาวใสบางๆ ร่อนในถ้วย เคี้ยวกรุบๆ กินอร่อยเพลิดเพลิน ส่วนเมนูยอดนิยมของร้านนี้ก็คือ เส้นเล็กต้มยำ ใส่กากหมูกรอบพอง และบะหมี่แห้งที่เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปแถมกระดูกเปื่อย
 
 ที่เล่ามายังไม่หมดเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายร้านที่อร่อยถึงใจ โดยถูกรวบรวมไว้เป็นหนังสือ "ก๋วยเตี๋ยวเด็ด 77 จังหวัด" ซึ่งสามารถใช้เป็นไกด์พกติดตัวได้อย่างดี
 
 เหมาะสำหรับคนชอบเที่ยว และชอบเฟ้นหาของกินที่ขึ้นชื่อและอร่อย
 
 มากกว่านั้น หนังสือเล่มนี้ ยังเหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแล้วไม่รู้จะกินอะไร หรือมักจะเกิดคำถามและหันไปถามคนข้างๆ ว่า "จะกินอะไรดี"
 
 จากนี้ไปไม่ต้องคิดมากครับ เพราะ ถ้ามีหนึงสือเล่มนี้อยู่ในมือ ก็จะเป็นตัวช่วยได้อย่างดี
 
 ที่ไม่ได้บอกเพียงว่าร้านนี้อยู่ที่ไหน แต่ยังบอกถึงประวัติ จุดเด่นความอร่อย และราคาไว้ให้ด้วย
 
 
 
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
man@dmin
"จอมขมังเว็บ"
Administrator
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2955


เว็บรุ่น นรจ.34 ยินดีต้อนรับครับ


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2011, 06:27:25 AM »


 เจ๋ง ตื่นขึ้นมาเจอกระทู้นี้ตอนเช้า .... หิวทุกที

 เจ๋ง โดยเฉพาะกระเพาะปลา เห็นกันไม่ได้ "ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง"
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า

" จอมขมังเว็บ...ฉึก...ฉึก
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2011, 07:20:27 PM »






 โกรธ    ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ตู้กระจกแบบโบราณๆ และคนขายก็...โบราณ ใช่แล้ว ก็เพราะร้านนี้เขาเปิดกิจการมากว่าเจ็ดสิบปีแล้วจ้า


"ก๋วยเตี๋ยวสูตรนี้เราทำกันมาตั้งแต่รุ่นแม่" เจ๊อิม เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณ "ลิ้มซุ่นฮวด" หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊อิม" หันมาส่งยิ้มข้ามหม้อซุปที่กำลังเดือดปุดๆ พลางคุยกับเราขณะที่มือยังคงหั่นหมู ตักน้ำซุป และตะโกนคุยกับลูกค้าไปพร้อมๆกัน

ขนาดบ่ายแก่ๆ ลูกค้ายังแน่นขนัด สมกับที่ใครๆเขาว่ากันเสียจริง ที่การมากินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ก็เหมือนกับการมาเล่น "เก้าอี้ดนตรี"  ก็แหม ร้านนี้เขามีลูกค้าเข้าๆออกๆอยู่ตลอดเวลา คนนั้นยังไม่ทันลุก คนนี้ก็จ่อจะมานั่งต่อเสียแล้ว...ทำเอาเราอยากรู้จริงนัก ว่าก๋วยเตี๋ยวร้านนี้มีอะไรดี

"เล็กน้ำหนึ่ง บะหมี่แห้งหนึ่ง!" และแล้วชามก๋วยเตี๋ยวก็มาวางปุ๊บลงตรงหน้า โอ กระเทียมเจียวเหลืองอร่าม คื่นช่ายสีเขียวสด ช่างเป็นองค์ประกอบที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่นักในชามก๋วยเตี๋ยวที่กินๆกัน

ประเดิมคำแรกด้วยการซดน้ำซุป ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดก็คือ "ราเม็ง กรุณาชิดซ้ายไปเลย!"

เจ๊อิมเล่าให้เราฟังว่า กว่าจะได้น้ำซุปกระดูกหมูรสชาติเข้มข้นขนาดนี้ เจ๊ต้องใช้เวลาเคี่ยวถึงสี่ซ้าห้าชั่วโมง ก่อนจะค่อยๆต้มไปเรื่อยๆขณะขาย ซึ่งนับแล้วก็ร่วมสิบชั่วโมงได้

ถัดมาเราลองคีบเส้นเล็กที่มีกระเทียมเจียวติดมาด้วยเข้าปาก อยากจะบอกว่ากระเทียมเจียวกลีบใหญ่ๆนี่กินแล้วมันช่างหอม ช่างกรอบ ช่างช่วยเสริมรสชาติให้ก๋วยเตี๋ยวได้ดีจริงๆ ส่วนไฮไลท์ในชามก็ต้องยกให้ "หมูบะช่อ" ที่รสชาติกลมกล่อม แถมเนื้อสัมผัสไม่หยาบและไม่นุ่มนิ่มจนเกินไป กินหมูบะช่อคำ สลับกับหมูแดงคำ-- กระเทียมคำ-- เส้นเล็กคำ หมดชามเมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลย ให้ตายสิ

เจ๊อิมแอบแย้มเคล็ดลับให้เราฟังว่า กระเทียมเจียวนี่เจ๊ตื่นมาเจียวเองทุกวัน กระเทียมถึงได้เหลืองกรอบ และหอมขนาดนี้ ส่วนถั่วคั่วก็คั่วเองสดใหม่ทุกวันเช่นกัน

เมื่อเราถามว่าเมนูไหนเด็ดสุด เจ๊แกสวนกลับมาอย่างมั่นใจว่า "ร้านนี้อร่อยทุกอย่าง ทั้งก๋วยเตี๋ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวแห้ง หรือว่าต้มยำ จะเส้นเล็ก เส้นหมี่ อีกวุ้นเส้น" โดยเฉพาะต้มยำ ที่น้ำส้มสายชูอย่าได้แหยม เพราะร้านนี้เขาใช้มะนาวสดเป็นลูกๆเท่านั้น

"เส้นหมี่หมดลูก เอาเส้นเล็กแทนไหม เส้นเล็กอร่อย" สิ้นเสียงช่างจำนรรจาของ "เจ๊อิม" ที่หันไปบอกลูกค้าพลางเชิญชวนว่าจะผิดหวังกับเส้นหมี่ที่หมดไปไย มาลองชิมเส้นเล็กเจ๊กันดีกว่า

มิใช่แค่รสชาติน้ำซุป และเครื่องเครารสเลิศที่นั้นหรอกที่ทำให้ประสบการณ์การมาเปิบก๋วยเตี๋ยวครั้งนี้เป็นที่น่าประทับใจ เพราะตัวเจ๊คนขายแกก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน

แม่ค้าช่างเม้าท์ที่หน้าตาคล้ายเพเนโลเป้ ครูซ... เราเคี้ยวหมูบะช่อตุ้ยๆพลางแอบคิดคิกๆคักๆในใจ

"เดี๋ยวว่างๆมาหาป้านะลูก ตอนห้าโมงเย็นป้าปิดร้าน มีเวลาว่างแล้ว คุยได้เต็มที่" เจ๊อิมตะโกนไล่หลังเรา หลังจากที่คนแปลกหน้าสองคน สั่งก๋วยเตี๋ยว 2 ชามพลางถามนู่นถามนี่เยอะแยะไปหมด เดาเอาว่าแกคงอยากเม้าท์ต่อถ้าไม่ติดลวกบะหมี่มือเป็นพัลวัน

ไม่เป็นไร ไว้ตอนแวะหนีน้ำท่วมคราวหน้า มากินอีกแน่ เราคิดพลางสูดกลิ่นอายซุปกระดูกหมูเฮือกสุดท้าย ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายเจ๊อิม เจ้าของร้านช่างเจรจาคนนี้

 เจ๋ง   ร้านก๋วยเตี๋ยว  "ลิ้มซุ่นฮวด" (ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊อิม) เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30-15.30 น. ถ.แสงชูโต ตรงข้ามโรงแรมเกษมสุข อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
 
แต่ถ้าหาร้านไม่เจอโทรติดต่อเจ๊อิมได้โดยตรงที่เบอร์ 032-211931 (เจ๊แกแอบกระซิบมา)
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2011, 07:24:46 PM โดย NavyGirl »
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2011, 08:03:41 PM »





 โกรธ    อยากกินอาหารฝรั่ง เมนูอร่อยๆ กลิ่นรสยุโรปแท้ๆ ในบรรยากาศแบบ อบอุ่น กันเอง โดยที่ไม่ต้องฝ่าการจราจรเข้าไปโรงแรมหรูกลางเมือง... หรือร้านชื่อดังย่านดาวน์ทาว แถวสุขุมวิท ทองหล่อเนี่ย...มีมั้ย

โจทย์ยากขนาดนี้ ถ้าจะมีก็ต้องออกแรงเสาะหากันหน่อย


แต่เป็นโชคดีของคนกรุงเทพที่อยู่โซน หลักสี่ ดอนเมือง (หรือจากแถว แจ้งวัฒนะ เมืองทอง ก็ถือว่าไม่ไกลมากนัก) เนื่องจากบัดนี้ มีร้านอาหาร ใจกล้า มาเปิดขายอาหารเมนูตะวันตกแบบที่หาทานไม่ง่ายนักเสียด้วย


ร้านชื่อแปลกที่ชวนไปชิมชื่อร้าน "I RICH"

เจ้าของร้าน”ก้ามปู-หฤทัย ทิพทัส” รีบบอกว่าไม่ใช่รวยแล้วมาขายเล่นๆ แต่เป็นเพราะตั้งใจให้หมายถึงร้านที่ร่ำรวยความอร่อย มีความสุขให้ลูกค้าได้มากมาย ตามสโลแกน we’re RICH with HAPPINESS


สำหรับคนชอบร้านชิลๆ บรรยากาศดี น่าจะถูกใจตั้งแต่สไตล์การตกแต่งด้านหน้าประตูทางเข้า ความเก๋ในการดัดแปลงอาคาร รวมถึงการออกแบบ สีสันภายในร้านที่ทั้งอบอุ่นเป็นกันเอง และเข้ากันกับอาหารสไตล์ยุโรป ที่เจ้าของร้านมุ่งมั่นที่จะนำเสนอ


ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจในเรื่องนี้เพราะเจ้าของร้านร่ำเรียนจบมาด้านสถาปัตย์ แล้วก็ใส่อาหารตา บรรยากาศชวนอิ่มใจให้ลูกค้าตั้งแต่แรกเห็น


เปิดเมนูของร้าน จะละลานตาด้วยอาหารที่หลากหลาย มีทั้ง อาหารฝรั่ง ไทย ให้เลือกชิม แต่ที่จัดให้ชมเป็นชุดใหญ่ของวันนั้น ประกอบด้วย จานเรียกน้ำย่อยเป็น ชีสทอด และ เห็ดเข็มทองพันเบคอน


ก่อนที่จะตามมาแบบจัดหนักอีก 4 ขบวนได้แก่ ผักโขมอบชีส, สปาเก็ตตี้ขี้เมาทะเล, สเต๊กเนื้อ ฟิเลมิยอง และ Gulasch (กูลาช) ซุปเนื้อสไตล์ฮังกาเรียน
จริงๆ แล้วหมวด “ของหวาน” ยังมี สตรอว์เบอรี่ชีสเค้ก และเบเกอรี่ที่ร้านทำเอง กับเครื่องดื่มซอฟต์ดริ้ง กาแฟ สำหรับปิดมื้อที่รสชาติไม่ธรรมดาเลย แต่มื้อที่ไปชิมวันนั้น ไม่สามารถบรรจุอาหารอื่นๆ เพิ่มเข้าไปได้อีก


สำหรับชีสทอด จะว่าไปแล้วก็มากันแบบซื่อๆ เหมาะมากสำหรับคนชอบชีส เพราะใช้ชีสคุณภาพดี ทอดแบบกรอบนิดๆ หนืดๆ เค็มกำลังดี คนชอบดื่มไวน์ ก็เพลินไปเท่านั้นเอง (จริงๆ แล้วเคยมาลอง ชีสห่อเกี๊ยวทอดก็อร่อยสูสีกันทีเดียว)


ส่วนเห็ดเข็มทองพันเบคอน ให้รสชาติเบาๆ เห็ดและแฮมเคี้ยวไปพร้อมๆ กันแล้วก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง น้ำซอสที่ราดมาก็ให้กลิ่นหอมกำลังดี

มาถึงจาน ผักโขมอบชีสที่ ก้ามปู เข้าครัวปรุงมาให้ชิมกันเห็นๆ แนะนำว่า ถ้ามากันหลายๆ คน รีบรุมซะตอนที่ยังอุ่นๆ ชีสโปะหน้ายังยืดๆ ควันกรุ่นๆ ทั้งหอม ทั้งอร่อย ไม่เลี่ยน จะเกินไปอีกด้วย


ส่วนสปาเก็ตตี้ขี้เมา ของที่ร้านนี้มีส่วนผสมสูตรเด็ดที่ให้กลิ่นรสของสมุนไพรประเภท พริกไทสด, ใบมะกรูด กับเครื่องเทศอีกบางชนิด กลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี ไม่เผ็ดจัดน้ำหูน้ำตาไหล แล้วก็ไม่รสอ่อนแบบอาหารตะวันตกเสียทีเดียว เผลอชิมไป 2 รอบเล่นเอาเกือบอิ่ม


ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และต้องยกให้เป็นพระเอกบนโต๊ะตัวจริงในมื้อนี้คือ สเต็กเนื้อ ฟิเลมิยอง แบบสุกปานกลาง
(medium)ซึ่งสะดุดตาตั้งแต่การนำเสนอในจานใบไม่ใหญ่มโหฬารเหมือนร้านสเต็กอีกหลายที่


นอกจากความหอมของเครื่องเทศในน้ำเกรวี่กับกลิ่นพริกไทจะนำหน้ามาแล้ว เบคอนที่พันรอบชิ้นเนื้อก็ร่วมผสมกลิ่นให้หอมชวนกินเข้าไปอีก (ลืมถามไปกว่า มีการอบหรือทอดเบคอนก่อนหรือเปล่า) ขณะที่สีสันก็เหมือนจะคุมโทนกันมาเป็นอย่างดี หน้าตาจึงดูดีตั้งแต่แรกเห็น


และเมื่อชิ้นเนื้อถูกหั่นจิ้มส่งเข้าปาก นั่นแหละ ความนุ่ม ความชุ่มฉ่ำที่ปรุงและหมักกำลังพอดี ความรู้สึกที่เรียกกันว่า สุดๆ  จึงเกิดขึ้นและไม่ลังเลใจที่จะให้คะแนน จานนี้ สูงที่สุด


เพียงแต่ยังไม่สิ้นสุดเท่านั้น เพราะเมื่อ กูลาซ หรือกูลาศ Gulasch ถูกยกออกมาให้ชิมเพิ่มอีก 1 เมนู ไอ้ที่อิ่มปริ่มๆ อยู่แล้ว ก็ยิ่งอิ่มเพียบเข้าไปอีก เนื่องเพราะรสชาติที่ลงตัวและหาทานไม่ง่ายนักสำหรับเมนูนี้


ก้ามปูเล่าว่า คุณพ่อเป็นคนที่เดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรปบ่อย ซุป กูลาซ เป็นอาหารฮังกาเรียนที่นิยมมากในเยอรมัน  เป็นซุปที่เข้มข้นด้วยน้ำสต๊อกบวกเครื่องเทศ ใส่ผักทั้งหอมใหญ่ มันฝรั่งและมะเขือเทศ ที่ขาดไม่ได้คือเนื้อวัวเคี่ยวเปื่อยแต่ไม่ถึงกับยุ่ยหรือเละ


นั่นแหละ กูลาซ เมนูยอดนิยมทั้งในเยอรมัน ฮังการี และอีกหลายประเทศในยุโรป คล้ายๆ กับที่ “ซุปผัก” แบบอิตาเลี่ยนก็ขึ้นชื่อในแนวทางของตัวเอง ซึ่งทางร้าน I RICH แนะนำว่า น่าลอง (ลองแล้วไม่ผิดหวังจริงๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบซุปเนื้อแบบซุปข้นหรือ สตูว์เนื้อ)


อิ่มตา อร่อยลิ้นที่ ร้าน I RICH รอบนี้ เลยอยากแนะนำต่อสำหรับคนที่ชอบอาหารตะวันตกสไตล์ยุโรปแท้ๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเลี่ยนเกินลิ้นคนไทย ในบรรยากาศดีๆ ที่ราคาไม่ได้แพงเว่อร์ เหมือนร้านดังๆ ในย่านกลางเมืองเลยด้วยขอบอก


“ไอ ริช บาย ต้นกามปู (I RICH by TonKampu)”   เลขที่ 107 ถนนเลียบคูนาย กิมสาย 1 ซอย 7 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ใกล้ สน.ดอนเมือง


เฟซบุ๊ก:I RICH by TonKampu (คลิกไปยังลิงค์)


ถ้ายังหาไม่เจอ ไปไม่ถูกโทรถามเอาที่เบอร์   0-2929-0273
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2011, 08:05:24 PM โดย NavyGirl »
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2011, 08:10:18 PM »




 โกรธ    ร้านขึ้นชื่อของดินแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งคนที่เคยเยือนประเทศญี่ปุ่นจะต้องร้องอ๋อ... แล้วจะต้องร้องว้าว... เมื่อรู้ว่า "โยชิโนยะ" มาเปิดสาขาที่เมืองไทยแล้ว


ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1899 "กิวด้ง" หรือข้าวหน้าเนื้อสูตรพิเศษถือกำเนิดขึ้น แล้วครองใจชาวญี่ปุ่นนับแต่นั้นเป็นต้นมา จนล่าสุด โยชิโนยะฉลองครบรอบ 112 ปี กับ 1,600 สาขาทั่วโลก


สูตรลับ "กิวด้ง" คือการคัดเลือกเนื้อจากอเมริกาตามมาตรฐานของร้าน เคี่ยวซอสจนกลมกล่อมให้เนื้อนุ่มชุ่มซอส ไม่คาว ทานกับขิงดองและโชยุ จานนี้ทานร้อนอร่อยสุด สำหรับคนที่ชอบเทมปุระ ที่นี่มีเสิร์ฟ "ข้าวหน้าหมูเทมปุระ" สไลด์หมูให้ได้ความหนาพอเหมาะ ทอดในแป้งกรอบนอกนุ่มในและราดซอสสูตรพิเศษ


นอกจากนี้ ยังเอาใจคู่รักด้วยคอมโบเซ็ทที่รวมเอาข้าวหน้าเนื้อและไก่เทริยากิ จานนี้เนื้อไก่ชุบแป้งทอด ราดซอสเทริยากิหอมหวาน เค็มกำลังดี เข้าคู่กับของทานเล่นอย่างไก่คาราอาเกะ ไก่กรอบไม่อมน้ำมันเพราะใช้อุณหภูมิที่พอเหมาะ แนะนำให้ทานโดยไม่ต้องราดซอสใดๆ เพื่อซึมซับรสชาติที่แท้จริงจากส่วนผสมที่คัดสรรมาแล้วอย่างลงตัว ที่นี่ยังเด่นน้ำซุป 3 ชนิด ทั้งซุปมิโซะ, ซุปสาหร่ายวากาเมะ และซุปสาหร่ายโนริ ที่ให้รสเข้มข้นช่วยให้คล่องคอขณะทานอาหาร

 

ของหวานที่โดดเด่นคือ คุซึโมจิ ที่ใช้แป้งพิเศษผสมชาเขียว โรยถั่วป่น ต้องทานในความเย็น 10 กว่าองศา ถึงจะได้รสดีที่สุด แป้งโมจิทำสดวันต่อวัน ทานปิดท้ายมื้อนี้อย่างนุ่มลื่น...ชื่นใจ


ลิ้มลอง "โยชิโนยะ" ต้นตำรับแท้จากแดนปลาดิบได้แล้ว ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลลาดพร้าวชั้น G

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์มติชน
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2011, 08:49:14 PM »





 โกรธ     วันที่ 24-25 ตุลาคม 2505 เกิดพายุโซนร้อน แฮเรียต ความเร็วลม 90 กม.ต่อชั่วโมง พัดเข้าถล่มแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ทำให้บ้านเรือนราษฎรบ้านปลายแหลม ถูกพายุพัดถล่มพังยับเยิน ประชาชนกว่า 4,000 คน เสียชีวิต และสูญหายทันที 1,030 คน บาดเจ็บสาหัส 422 คน เป็นมหาวาตภัยครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเฝ้าเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างใกล้ชิด ด้วยความห่วงใยราษฎรที่กำลังประสบภัย โปรดเกล้าฯ ให้สถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต ติดตามรายงานข่าวมหาวาตภัย ให้ผู้ฟังทราบทุกระยะ ประกาศเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องชาวแหลมตะลุมพุก

     จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และคนไทยทั้งประเทศร่วมโดยเสด็จพระราชกุศล ได้เงินสด 11 ล้านบาท พระราชทานให้กรมประชาสงเคราะห์ กองทัพอากาศจัดเครื่องบินพิเศษ นำแพทย์พยาบาลสภากาชาดไทย นำสิ่งของไปช่วยเหลือชาวแหลมตะลุมพุกอย่างทั่วถึง จนเหลือเงินสด 3 ล้านบาท ได้พระราชทานเป็นกองทุนประเดิม เพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

     มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่แหลมตะลุมพุก จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2506 พระราชทานเงินทุนให้กรมประชาสงเคราะห์ และสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ทดแทนหลังเดิมที่ถูกพายุพัดเสียหาย จัดตั้งเป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ บ้านปลายแหลม

     ผมมีโอกาสติดตามคุณขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง ไปตรวจโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ บ้านปลายแหลม เมื่อยี่สิบปีก่อนที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงเปิดป้ายชื่อโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ บ้านปลายแหลม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2529

ครัวอนุรักษ์ซีฟู้ด สดจากแหลมตะลุมพุก

     คุณพิชัย ชูสุวรรณ ประธานชมรมร้านอาหารนครศรีธรรมราช ขับรถพาผมไปเยือนแหลมตะลุมพุกอีกครั้ง บ้านแหลมตะลุมพุกวันนี้มีถนนตัดตรงจากเมืองนครศรีธรรมราช ผ่านปากพนังเข้าสู่ปลายแหลมอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปรอเรือข้ามฟากให้เสียเวลาอีกแล้ว บ้านปลายแหลมจึงเจริญกว่าเมื่อยี่สิบปีที่แล้วมาก

     โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ตรงไปชายหาดแหลมตะลุมพุก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของปากพนัง มีร้านอาหารชาวบ้านชื่อ ครัวอนุรักษ์ซีฟู้ด บริการนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำทะเล คุณปรีชา จินารักษ์ รับซื้ออาหารทะเลจากเรือประมง เอากุ้งหอยปูปลาสดๆ ให้คุณจิตราณัณท์ภรรยา ทำอาหารซีฟู้ดอร่อยๆ ให้พวกเรากิน

     กุ้งแชบ๊วยอบเกลือ คุณจิตราณัณท์ เอากุ้งแชบ๊วยทะเลเนื้อแน่น มาโรยเกลือแล้วอบในหม้อดิน ให้เนื้อกุ้งสุกทุกตัว แกะเปลือกและหัวกุ้งออกเท่านั้น ก็ได้ลิ้มรสเนื้อกุ้งแชบ๊วยสดหวานกรอบ ไม่ต้องอาศัยน้ำจิ้ม ยำไข่ปลากระบอก หน้าทะเลแหลมตะลุมพุก เต็มไปด้วยปลากระบอก เอาเนื้อปลาไปทำปลากระบอกแดดเดียว ส่วนไข่ปลาเอามาทอดให้กรอบ ยำกับมะม่วงเบาแซบอร่อย

     ปลาสำลีสามรส ความอุดมสมบูรณ์ของปลายทะเลอ่าวไทย จึงได้ปลาสำลีตัวใหญ่กว่าที่มีขายในกรุงเทพฯ คุณจิตราณัณท์เอาปลาสำลีมาทอดให้กรอบ ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวหวานมันเค็ม ราดลงบนเนื้อปลาสำลีให้ชุ่ม ช่วยให้ปลาสำลีทอดอร่อยยิ่งขึ้น ต้มยำปลากะพงแหลมตะลุมพุก ปลากะพงตัวใหญ่ แล่เนื้อปลาชิ้นหนาๆ ทำต้มยำน้ำใสให้หอมกลิ่นมะนาว ตบพริกขี้หนูสวนใส่ลงไปให้เผ็ดแซบ

     ห่อหมกทะเลอ่าวไทย คุณปรีชาให้เด็กปีนไปเด็ดมะพร้าวริมหาด เฉาะแล้วเอาน้ำและเนื้อมะพร้าวมากวนกับพริกแกงใส่กุ้งหอยปูปลา นึ่งให้สุกร้อนๆ กินกับ ข้าวผัดทะเล ฝีมือคุณจิตราณัณท์ ผัดแบบชาวบ้านแหลมตะลุมพุก ใส่ซีฟู้ดเยอะๆ ข้าวไม่ต้องมาก อร่อยทั้งข้าวผัดและห่อหมกร้อนๆ เป็นความสุขที่ผมได้กินอาหารทะเลสดๆ ที่แหลมตะลุมพุกอีกครั้งหนึ่ง

     ไปเที่ยวแหลมตะลุมพุก ชิมอาหารทะเลอร่อยๆ ที่ครัวอนุรักษ์ซีฟู้ด โทร.08-9591-9622, 08-6594-4580 คุณพิชัย ชูสุวรรณ ให้ครัวอนุรักษ์ซีฟู้ด นำอาหารทะเลสดๆ ปลากระบอกแดดเดียว กุ้งต้มน้ำผึ้งจาก ไปขายในงาน เมืองคอนฟู้ดแฟร์ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 28 เมษายน-4 พฤษภาคม 2555 สอบถามรายละเอียด โทร.08-7268-9988, 08-1968-0762 www.nakhonfood.com

ขอขอบคุณ คมชัดลึก
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2011, 08:51:09 PM โดย NavyGirl »
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
NavyGirl
สมาชิกพี่ใหญ่
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1005



« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2011, 08:57:39 PM »






 โกรธ      Happy Life กับคุณหรีด : เมนู'เส้นหมี่ไวไวผัดซีอิ๊วพริกสามสี'

      วันอาทิตย์นี้ หรีดขอแนะนำเมนู “เส้นหมี่ไวไวผัดซีอิ๊วพริกสามสี” ซึ่งแฟนๆ รายการ “แฮปปี้ไลฟ์กับคุณหรีด” ได้ส่งเข้ามาร่วมสนุก เมนูนี้ประกอบไปด้วยเส้นหมี่ไวไว/กระเทียมสับ/น้ำพริกเผา/น้ำมันหอย/หัวไชโป๊/ผักคะน้าลวก/ซีอิ๊วหวาน/พริกชี้ฟ้าสามสี/ไข่/พริกป่น และน้ำส้มสายชู 
 เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะคะ ด้วยการตั้งน้ำให้เดือด นำเส้นหมี่ไวไวมาลวกประมาณ 3 นาที แล้วนำมาใส่บนรังถึง ปิดไฟ-ปิดฝาพักไว้

        จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันรอให้ร้อน นำกระเทียมสับ/น้ำพริกเผา/น้ำมันหอย ใส่ภาชนะคนให้เข้ากันแล้วเทลงไปในกระทะ ตามด้วยขิงซอย/หมูบด และเส้นหมี่ไวไวที่ลวกเตรียมไว้แล้ว คลุกเคล้าให้เส้นหมี่ทุกเส้นได้ซึมซับเอาน้ำซอสเข้าไปให้หมด แล้วตามด้วยไชโป๊นิดหน่อย/ผักคะน้าลวก/ซีอิ๊วหวาน/ไข่ และพริกชี้ฟ้าสามสี ผัดให้เส้นเริ่มแห้ง จึงค่อยเติมพริกป่น/น้ำส้มสายชู คลุกเคล้าจนเข้ากันดีแล้ว ตักขึ้น พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ
แบ่งปันให้เพื่อนคุณบน Facebook
บันทึกการเข้า

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป

หน้า: [1] 2 3 4      
พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


สาระน่ารู้ และสิ่งดี ๆ ในด้าน Hardware , Software , E-learning , Microsoft Office บทเรียน เกี่ยวกับ Word , Excel ,Powerpoint , Access

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC2 | SMF © 2001-2005, Lewis Media| | web stats
View My Stats
Free Stats Valid XHTML 1.0! Valid CSS!